0

การปฏิบัติราชการที่ผู้บริหารต้องรู้ กรณี การรักษาราชการแทน

ผู้บริหารหลายท่านคงเคยสงสัยและงุนงงกับคำว่า“รักษาราชการแทน” จนบางครั้ง หรือหลายๆ ครั้ง อาจเกิดความสับสนในการปฏิบัติราชการได้ ซึ่งนับแต่นี้เป็นต้นไปผู้บริหารหรือผู้ที่จะเป็นผู้บริหารในอนาคตจะได้หายสงสัยและไม่สับสนในการปฏิบัติราชการอีกต่อไป
มารับรู้กันครับว่าหลักการของ “การรักษาราชการแทน” มีว่าอย่างไร

          “การรักษาราชการแทน” หมายความว่าการที่ข้าราชการหรือพนักงานผู้หนึ่งผู้ใดทำการแทนกรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่งไม่อาจหรือไม่สามารถปฏิบัติราชการได้

“ไม่อาจหรือไม่สามารถปฏิบัติราชการได้” หมายความว่า กรณีที่ยังมีผู้ดำรงตำแหน่งอยู่ แต่ผู้ดำรงตำแหน่งนั้นไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ราชการได้ตามปกติ จึงต้องมีผู้รักษาราชการแทนในตำแหน่ง เช่น ลาป่วย ลากิจ ลาพักผ่อน หรือเดินทางไปราชการต่างประเทศ    เป็นต้น

เหตุที่ต้องมีการรักษาราชการแทนเนื่องมาจาก

1. มีผู้ดำรงตำแหน่ง แต่ผู้ดำรงตำแหน่งนั้นไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ราชการได้ตามปกติ หรือ

2. มีผู้ดำรงตำแหน่ง แต่ผู้ดำรงตำแหน่งนั้นไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ราชการได้ตามปกติ

ดังนั้น จึงเป็นเหตุให้ต้องมีข้าราชการหรือพนักงานผู้รักษาราชการแทนซึ่งการรักษาราชการแทน มีอยู่ 2 กรณี คือ

1. การรักษาราชการแทนโดยการแต่งตั้งตามกฎหมาย เป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งมีอำนาจออกคำสั่งแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งรองลงมาซึ่งมีอาวุโสสูงสุดหรือมีอาวุโสถัดลงมาผู้หนึ่งผู้ใดในส่วนราชการนั้นรักษาราชการแทนกรณีที่ตนไม่อาจหรือ ไม่สามารถปฏิบัติราชการได้ เช่น อธิการบดีมีอำนาจออกคำสั่งแต่งตั้งรองอธิการบดีซึ่งมีอาวุโสสูงสุดในมหาวิทยาลัยรักษาราชการแทน เป็นต้น ทั้งนี้ การแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนย่อมเป็นดุลพินิจของผู้ดำรงตำแหน่ง

2. การรักษาราชการแทนโดยผลของกฎหมาย เป็นกรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่งไม่ได้มีคำสั่งแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งรองลงมาซึ่งมีอาวุโสสูงสุดหรือมีอาวุโสถัดลงมาผู้หนึ่งผู้ใดในส่วนราชการนั้นรักษาราชการแทนตน แต่กฎหมายกำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งรองลงมา      ซึ่งมีอาวุโสสูงสุดหรือมีอาวุโสถัดลงมาผู้หนึ่งผู้ใดในส่วนราชการนั้นรักษาราชการแทนโดยอัตโนมัติทันทีที่ผู้ดำรงตำแหน่งไม่อาจหรือไม่สามารถปฏิบัติราชการได้

          สำหรับลำดับอาวุโสต้องพิจารณาจากอายุการปฏิบัติหน้าที่ราชการของผู้ที่จะรักษาราชการแทน มิได้พิจารณาจากอายุของตัวบุคคล ซึ่งย่อมหมายความถึง ข้าราชการหรือพนักงานผู้มีอาวุโสสูงสุดในส่วนราชการนั้นรองจากผู้ดำรงตำแหน่งที่เป็นผู้บังคับบัญชาหรือ     เป็นหัวหน้าส่วนราชการนั้น

ทั้งนี้ ผู้รักษาราชการแทนดังกล่าวข้างต้น ย่อมมีอำนาจและหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ดำรงตำแหน่งที่ตนรักษาราชการแทน หากกรณีที่มีกฎหมายแต่งตั้งให้ผู้ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการหรือให้มีอำนาจและหน้าที่อย่างใด ผู้รักษาราชการแทนย่อมมีอำนาจและหน้าที่เป็นกรรมการ หรือมีอำนาจและหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ดำรงตำแหน่งในการรักษาราชการแทนนั้นด้วย และหากผู้ดำรงตำแหน่งกลับมาปฏิบัติราชการได้ตามปกติแล้ว การรักษาราชการแทนก็จะสิ้นสุดลงโดยสภาพ

          เมื่อผู้บริหารหรือผู้ที่จะเป็นผู้บริหารในอนาคตได้รับรู้และเข้าใจหลักการปฏิบัติราชการในการรักษาราชการแทนดังที่กล่าวแล้วข้างต้น คงหายสงสัยและไม่สับสนในการปฏิบัติราชการอีกต่อไปนะครับ

Share and Enjoy:
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Twitter
  • Print

You must be logged in to post a comment.