ปัญหาแผลเป็น รอยดำ เวลาอยากจะใส่กระโปรงสั้นหรือกางเกงขาสั้นในวันที่อากาศร้อนๆ ทีไร ก็อายขาลายๆ ของตัวเอง สุดท้ายก็ต้องหยิบกางเกงขายาวมาใส่ปกปิด เรามีวิธีช่วยลบรอยแผลเป็นแบบโฮมเมด นั่นคือการใช้ มะละกอสุก ที่หาได้ตามตลาดบ้านเรา ลองหันมาใช้วิธีการบ้านๆ แบบไม่ต้องเปลืองเงิน เปลืองแรงอะไรเลย เพียงแค่ใช้เวลาก่อนอาบน้ำเพียงห้านาทีเท่านั้นเองขอเตือนว่า ใครที่ผิวบอบบาง แพ้ง่าย ไม่เหมาะกับวิธีการนี้นะคะ และที่สำคัญ ห้ามใช้สูตรนี้กับใบหน้าเด็ดขาด เพราะจะทำให้ผิวหน้าบาง …
แผนที่ยุทธศาสตร์ (Strategy Map) คือ อะไร เกี่ยวข้องอย่างไรกับ Balanced Scorecard และทำไมจึงต้องมีแผนที่ยุทธศาสตร์
แผนที่ยุทธศาสตร์ (Strategy Map) คือ อะไร
แผนที่ยุทธศาตร์ (Strategy Map) เป็นเครื่องมือทางการบริหารอย่างหนึ่ง เป็นแผนภาพที่แสดง ให้เห็นถึงกลยุท์ขององค์กรในรูปแบบความสัมพัน์เชิงเหตุและผล เป็นความสัมพัน์ระหว่างผลลัพธ์ที่องค์กรต้องการในมุมมองของ Balanced Scorecard และเป็นการกระจายเป้าประสงค์ขององค์กรไปสู่การปฏิบัติ (แผนที่ยุทธศาสตร์ นำแนวคิดของ Balanced Scorecard มาใช้ )
Balanced Scorecard คืออะไร
Balanced Scorecard (BSC) คือ เครื่องมือในการประเมินผลองค์กร เครื่องมือในการนำยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติ
Balanced Scorecard เป็นแนวความคิดของ Professor Robert Kaplan และ Dr.David Norton ซึ่งได้เสนอแนวคิดในเรื่องการประเมินผลขององค์กร ในภาคเอกชน 4 มิติคือ
1. มิติด้านการเงิน (Financial Perspective)
2. มิติด้านลูกค้า (Customer Perspective)
3. มิติด้านกระบวนการภายใน (Internal Process Perspective)
4. มิติด้านการเรียนรู้และการพัฒนา (Learning and Growth Perspective)
การประเมินผลขององค์กร ในส่วนราชการ 4 มิติ คือ
1. มุมมองด้านประสิทธิผลตามพันธกิจ
2.มุมมองด้านคุณภาพการให้บริการ
3.มุมมองด้านประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการ
4. มุมมองด้านการพัฒนาองค์กร
โดยในแต่ละมิติจะต้องมีความสอดคล้องกับวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ขององค์กร ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า BSC เป็นเครื่องมือที่ช่วยนำกลยุทธ์ขององค์กรไปสู่การปฏิบัติ โดยอาศัยการวัดหรือการประเมินอันจะช่วยให้องค์กรมีความสอดคล้องและมีทิศทางเดียวกัน ซึ่งการมุ่งเน้นความสำเร็จขององค์กร จะต้องพิจารณาจากตัวชี้วัดทั้ง 4 มิติ นั่นเอง
สรุปแล้ว การดำเนินงานขององค์การจะสำเร็จได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับแผนยุทธศาสตร์ขององค์กร และการนำกลยุทธ์ไปสู่การปฏิบัติ ดังนั้นแผนที่ยุทธศาสตร์จึงเป็นเครื่องมือที่ทำให้ผู้บริหารและบุคลากรเข้าใจและมีความชัดเจนในแผนกลยุทธ์ขององค์กรมากขึ้น และบุคลากรเมื่อเข้าใจและมีความชัดเจนในแผนกลยุทธ์ขององค์กรก็จะสามารถดำเนินงานตามแผนกลยุทธ์ขององค์กรและพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จบรรลุเป้าหมายที่องค์กรตั้งไว้ ดังนั้น แผนที่ยุทธศาสตร์จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน….ท่านคิดว่า…จริงหรือไม่…อย่างไร…
ที่มา เขย่า Balanced Scorecard
ดร.วีระเดช เชื้อนาม
You must be logged in to post a comment.






เรื่องของแผนที่ยุทธศาสตร์ ก็เป็นอะไรที่หากบุคคลใดที่เข้ามาปฏิบัติงานหรือได้รับผิดชอบงานด้านนี้ใหม่ๆ อาจจะ งง และไม่ค่อยเข้าใจ แต่เมื่อได้ดำเนินการสักระยะ และมีความเข้าใจในวิสัยทัศน์ และเป้าประสงค์ และกลยุทธ์ ของหน่วยงานว่าจะต้องขับเคลื่อนและมีเป้าหมายไปในทิศทางใด อย่างไร บ้าง การจัดทำแผนที่ยุทธศาสตร์ก็จะง่าย เพราะผู้จัดทำก็จะมองภาพออกว่า อะไรต้องไปเชื่อมโยง และส่งผลถึงอะไรบ้าง จนทำให้เราเห็นการเชื่อมโยงของแผนที่ยุทธศาสตร์ที่สับสนไปหมด …อย่างไรก็ตาม ก็มีกูรูหลายท่านเคยบอกไว้ว่า ถ้าใครหรือผู้มาปฏิบัติงานใหม่ๆ ยังไม่รู้จักแผนที่ยุทธศาสตร์ ก็ให้ดูง่ายๆ จากเอกสารในแผนฯ ที่เป็นภาพที่มีข้อความและมีเส้นเชื่อมโยงกันไปมาสับสนวุ่นวายจนทำให้ไม่เข้าใจ นั่นแหละคือ แผนที่ยุทธศาสตร์
ที่จริงแผนที่ยุทธศาสตร์ก็มีอยู่หลายแบบ ที่น้องแอมเล่าให้ฟังก็เป็นอีกแบบที่ระยะหลังคนจะนิยมนำมาใช้เป็นแนวทางในการเขียนแผนที่ยุทธศาสตร์ เอาไว้คราวหน้าจะเอารูปแบบอื่นมาฝากนะคะ
การประมวลความรู้แล้วแปรเปลี่ยนจากตัวหนังสือเป็นสัญลักษณ์ เพื่อให้เข้าใจง่าย ฟังดูเหมือนง่ายนะครับ แต่จริงทำได้ยาก ด้วยเหตุที่ผู้กระทำไม่เข้าใจกระบวนงานและขั้นตอนในการทำงานนั้นๆ อย่างลึกซึ้ง ว่าจะต้องทำอะไร เพื่อให้บรรลุได้ตามวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ มีกิจกรรมแยกย่อยอะไรบ้างที่เกี่ยวข้องแม้เพียงเล็กน้อยแต่สะสมรวมกันก็เป้นส่วนผลักดัน เปรียบเทียบได้ง่ายว่า การเดินทางจาก มมส ไป กทม ผู้รู้จะบอกได้ทันทีว่า ต้องผ่านนั้นแวะนี่เป็นระยะทางเท่าไหร่ และใช้ระยะเวลาเท่าใดในการเดินทาง ตรงข้ามกับผู้ไม่รู้ หรือ รู้แต่ไม่เชี่ยว ยังต้องอาศัยแผนที่ในการเดินทาง
แผนที่เดินทางนี้นแหละ คือ แผนที่ยุทธศาสตร์ มันทำให้เรามองภาพอะไรที่ยุ่งยากให้ดูง่าย ไม่ต่างอะไรกับการมองหาป้ายสัญลักษณ์ต่างๆ เห็นรูปแล้วเข้าใจ การทำงานบนความเข้าในขั้นตอนและกระบวน และสามารถคาดการเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องได้ ย่อมเกิดประโยชน์มากกว่าดุ่มๆ ไป
ประเด็นจึงอยู่ที่ว่า เรา จะเรียนรู้ที่จะเป็นผู้สร้างแผนที่นั้นเอง หรือ จะรอคอยให้ผู้อื่นสร้างแล้วหยิบมาใช้ ถ้าเป็นอย่างหลังก็ต้องทำใจ เพราะท้ายที่สุดไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใดก็เทียบเท่าเจ้าหน้าท่บันทึกข้อมูลแค่นั้นเอง…