2

การกระทำที่ถือว่าเป็นความผิดวินัยร้ายแรงมีอะไรบ้าง ?

การกระทำที่ถือว่าเป็นความผิดวินัยร้ายแรงตามพระราชบัญญัติว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา   .ศ. 2547

***************

 โดยนายจีรพันธ์  ภูครองเพชร  ตำแหน่ง นิติกรชำนาญการ 

           ตามที่ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2547 เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2547 และมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน 2547 แล้วนั้น  ด้วยเหตุผล  โดยที่สถาบันอุดมศึกษาของรัฐต้องมารวมอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคระกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ  และเพื่อให้การบริหารงานบุคคลของข้าราชการในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐมีความเสมอภาค เป็นเอกเทศ และสอดคล้องกับภารกิจโดยคำนึงถึงความเป็นอิสระและความเป็นเลิศทางวิชาการและวิชาชีพ  ซึ่งบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับ วินัยและการรักษาวินัย ที่แตกต่างไปจากเดิมที่ใช้กับข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย พ.ศ.2507 ก่อนที่จะเป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2547  ในปัจจุบัน

          เรื่องของวินัยที่ข้าราชการและพนักงาน  ควรจะรู้และทำความเข้าใจนั้นมีหลายข้อ  และมีอัตราการลงโทษที่แตกต่างกันออกไปตามลักษณะการกระทำความผิด

          การกระทำผิดวินัยที่มีโทษค่อนข้างจะรุนแรงนั้น  คือ  การกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง

          ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2547  ได้กำหนดลักษณะของการกระทำที่ถือว่าเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ไว้ดังนี้

          1. ปฏิบัติหรือการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้โดยทุจริต (มาตรา 39 วรรคสาม)

          2. ปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยจงใจ หรือประมาทเลินเล่อไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผนของทางราชการ มติคณะรัฐมนตรี หรือนโยบายของทางราชการ หรือขาดการเอาใจใส่ระมัดระวังรักษาประโยชน์ของทางราชการ อันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง  (มาตรา 39 วรรคห้า)

          3. รายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง (มาตรา 40 วรรคสอง)

          4. กลั่นแกล้ง ดูหมิ่น เหยียดหยาม กดขี่ ข่มเหง ผู้ร่วมปฏิบัติราชการ นักเรียน นิสิตนักศึกษา หรือประชาชนอย่างร้ายแรง (มาตรา 41 วรรคสอง)

          5. กระทำความผิดอาญาจนได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ  (มาตรา 44 วรรคสอง)

          6. กระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง (มาตรา 44 วรรคสอง)

********************************************************************

 โทษวินัยร้ายแรง

          ตามมาตรา 48 โทษทางวินัยมี 5 สถาน  แต่ที่เป็นโทษวินัยร้ายแรง คือ มาตรา 48(4) ปลดออก  และมาตรา 48(5) ไล่ออก

          กรณีถูกลงโทษปลดออกจากราชการ  ผู้ถูกลงโทษปลดออกมีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญเสมือนลาออกจากราชการ

 

ผู้มีอำนาจแต่งตั้งสอบวินัยร้ายแรง

          ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม  ว่าด้วยการสอบสวนพิจารณาเพื่อลงโทษทางวินัย พ.ศ. 2552  ข้อ 9  กำหนดไว้ให้เป็นอำนาจของอธิการบดี ในกรณีที่ข้าราชการหรือพนักงานในสังกัดกระทำผิด

          “ข้อ 9 ข้าราชการหรือพนักงานผู้ใดถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ประพฤติผิดจรรยาบรรณอันเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง หรือไม่สนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข   ให้อธิการบดีเป็นมีอำนาจสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน 

          ในกรณีอธิการบดีถูกกล่าวว่ากระทำผิดตามวรรคหนึ่ง ให้เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษาเป็นผู้มีอำนาจสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน”

 

***********************

 

Share and Enjoy:
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Twitter
  • Print
  1. Sureeporn Watcharinchai พูดว่า:

    ถ้าไม่ซื่อสัตย์ต่อตนเอง ไม่ซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพแล้ว เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่กระทำเช่นนั้น

    • chiraphan.pd พูดว่า:

      ครับสิ่งนี้เป็นเรื่องที่ข้าราชการ พนักงาน พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ และลูกจ้างชั่วคราวทุกท่านควรพึงมีในตนเอง

You must be logged in to post a comment.