0

แนวคิดเกี่ยวกับความผูกพันที่มีต่อส่วนราชการ

สมรรถนะเฉพาะตามลักษณะงานที่ปฏิบัติที่ ก.พ. กำหนดไว้มีดังนี้

1. การคิดวิเคราะห์ (Analytical Thinking)

2. การมองภาพองค์รวม (Conceptual Thinking)

3. การใสใจและพัฒนาผู้อื่น (Caring Other)

4. การสั่งการตามอำนาจหน้าที่ (Holding People Accountable)

5. การสืบเสาะหาข้อมูล (Information Seeking)

6. ความเข้าใจข้อแตกต่างทางวัฒนธรรม (Cultural Sensitivity)

7. ความเข้าใจผู้อื่น (Interpersonal Understanding)

8. ความเข้าใจองค์กรและระบบราชการ (Organization Awareness)

9. การดำเนินการเชิงรุก (Proactiveness)

10. การตรวจสอบความถูกต้องตามกระบวนงาน (Concern for Order)

11. ความมั่นใจในตนเอง (Self Confidence)

12. ความยืดหยุ่นผ่อนปรน (Flexibility)

13. ศิลปะการสื่อสารจูงใจ (Communication & Influencing)

14. สุนทรียภาพทางศิลปะ (Aesthetic Quality)

15. ความผูกพันที่มีต่อส่วนราชการ (Organizational Commitment)

16. การสร้างสัมพันธภาพ (Relationship Building)

          ความผูกพันที่มีต่อส่วนราชการ (Organizational Commitment) เป็นสมรรถนะที่ทุกตำแหน่งจะต้อง

มี เพราะคือ จิตสำนึกหรือความตั้งใจที่จะแสดงออกซึ่งพฤติกรรมที่สอดคล้องกับความต้องการ และเป้าหมายของส่วนราชการ ยึดถือประโยชน์ของส่วนราชการเป็นที่ตั้งก่อนประโยชน์ส่วนตัว โดยกำหนดเป็น  5 ระดับ ดังนี้

ระดับที่ 0 : ไม่แสดงสมรรถนะด้านนี้ หรือแสดงอย่างไม่ชัดเจน

ระดับที่ 1 : ปฏิบัติตนเป็นส่วนหนึ่งของส่วนราชการ

            • เคารพและถือปฏิบัติตามแบบแผนและธรรมเนียมปฏิบัติของส่วนราชการ

ระดับที่ 2 : แสดงสมรรถนะระดับที่ 1 และแสดงความภักดีต่อส่วนราชการ

• แสดงความพึงพอใจและความภาคภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งของส่วนราชการ

            • มีส่วนสร้างภาพลักษณ์และชื่อเสียงให้แก่ส่วนราชการ

ระดับที่ 3 : แสดงสมรรถนะระดับที่ 2 และมีส่วนร่วมในการผลักดันพันธกิจของส่วนราชการ

 • มีส่วนร่วมในการสนับสนุนพันธกิจของส่วนราชการจนบรรลุเป้าหมาย

 • จัดลำดับความเร่งด่วนหรือความสำคัญของงาน เพื่อให้พันธกิจของส่วนราชการบรรลุเป้าหมาย

ระดับที่ 4 : แสดงสมรรถนะระดับที่ 3 และยึดถือประโยชน์ของส่วนราชการเป็นที่ตั้ง

 • ยึดถือประโยชน์ของส่วนราชการหรือหน่วยงานเป็นที่ตั้ง ก่อนที่จะคิดถึงประโยชน์ของบุคคลหรือ 

   ความต้องการของตนเอง

 • ยืนหยัดในการตัดสินใจที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนราชการ แม้ว่าการตัดสินใจนั้นอาจจะมีผู้ต่อต้านหรือ

   แสดงความไม่เห็นด้วยก็ตาม

ระดับที่ 5 : แสดงสมรรถนะระดับที่ 4 และเสียสละเพื่อประโยชน์ของส่วนราชการ

 • เสียสละประโยชน์ระยะสั้นของหน่วยงานที่ตนรับผิดชอบ เพื่อประโยชน์ระยะยาวของส่วนราชการ

    โดยรวม

 • เสียสละหรือโน้มน้าวผู้อื่นให้เสียสละประโยชน์ส่วนตน เพื่อประโยชน์ของส่วนราชการ

 

เหตุใดจึงต้องมีความผูกพันที่มีต่อส่วนราชการ   เพราะ ความรัก ความจริงใจ คือพลังแห่งความสำเร็จขององค์กร ดังบทความ ของ อ.กอแก้ว แสงสีดำ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ทุกองค์กรต่างต้องการความเจริญก้าวหน้าและผลกำไรสูงสุด โดยมีบุคลากรเป็นตัวขับเคลื่อนเพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปตามทิศทางที่องค์กรกำหนดไว้ ซึ่งต่างต้องอาศัยบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถและพร้อมที่จะทุ่มเทให้กับการทำงาน แต่การที่จะทำให้บุคลากรเกิดความรัก ภักดีจนนำไปสู่ความทุ่มเท และเต็มใจในการปฏิบัติงานได้นั้น สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการที่องค์กรต้องให้ความรัก ความจริงใจ รวมถึงสามารถตอบสนองความต้องการพื้นฐานของบุคลากรให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายค่าตอบแทนที่เป็นธรรม การจัดตำแหน่งหน้าที่งานให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลรวมถึงการรับฟังความคิดเห็นของบุคลากร ผู้บริหารขององค์กรย่อมต้องการให้บุคลากรของตนมีความรักและจริงใจต่อองค์กรและเต็มใจที่จะทุ่มเทการทำงานให้กับองค์กรเสมือนว่าองค์กรนี้เป็นของตน และพร้อมที่จะเดินไปยังจุดมุ่งหมายเดียวกันเพื่อพัฒนาองค์กรให้มีความเจริญก้าวหน้าแต่หลายองค์กรขาดแคลนบุคลากรที่เต็มใจและทุ่มเทให้กับการทำงาน จึงทำให้การขับเคลื่อนขององค์กรดำเนินได้ไม่เต็มที่ การให้ความรัก ความจริงใจแก่บุคลากรนับเป็นแรงผลักดันในการขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จขององค์กร ผู้บริหารที่ชาญฉลาดต้องทำให้บุคลากรของตนเกิดความรัก ภักดีต่อองค์กร อันจะนำไปสู่ความพยายามทุ่มเท เต็มใจ และเต็มที่ที่จะปฏิบัติงาน โดยองค์กรต้องไม่ละเลยถึงความต้องการขั้นพื้นฐานรวมถึงเปิดโอกาสให้บุคลากรพัฒนาศักยภาพให้สูงขึ้น ไม่ว่าจะโดยการส่งไปอบรม

ดูงาน ฝึกอาชีพพิเศษ รวมตลอดถึงส่งไปศึกษาต่อเพื่อให้เขามีโอกาสก้าวหน้าในการทำงาน  ความรักหรือความภักดีที่บุคลากรมีต่อองค์กรนั้นเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้องค์กรเจริญก้าวหน้าไปในทิศทางที่ต้องการ เพราะบุคลากรนับเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้งานต่าง ๆ ในองค์กร ลุล่วงไปได้ และความเจริญก้าวหน้าขององค์กรจะเกิดขึ้นได้นั้นต่างต้องอาศัยทั้งตัวขององค์กรเองรวมถึงบุคลากรด้วย เพราะทั้งสองส่วนนับเป็นสิ่งซึ่งเอื้อกันและกัน ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการที่จะทำให้บุคลากรเกิดความรัก ภักดีต่อองค์กร อันจะนำไปสู่ความทุ่มเทในการทำงานเพื่อผลสำเร็จขององค์กรนั้น องค์กรควรต้องมีความรัก ความจริงใจต่อบุคลากรเป็นสำคัญ ส่วนบุคคลก็จะต้องมีความตระหนักความจงรักภักดีต่อองค์กร ยกย่องเชิดชูเคารพองค์กรเพราะสิ่งที่ได้รับจากองค์กรนั้นมีค่ามหาศาล การมาทำงานเสมือนมาบ้านหลังที่ 2 เพราะในแต่ละวันเราเราจะต้องในเวลาในที่ทำงานอย่างน้อย 8 ชั่วโมง การรักใคร่เพื่อนร่วมงาน ผู้บังคับบัญชา และผู้ใต้บังคับบัญชาก็เสมือนว่าเรารักคนในครอบครัวของเราขอให้สร้างความรักและมอบความรักให้องค์กรของเราเพื่อความสุขของทุกคนในองค์กร เราเองก็จะมีความสุขในการทำงานทุกวันนำพาองค์กรเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืนค่ะ……

Share and Enjoy:
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Twitter
  • Print

You must be logged in to post a comment.