1

ประเด็นเพิ่มเติมจากการตรวจหลักฐานการประเมินภายนอก รอบสาม มมส คณะวิชา กลุ่ม 2

หลังจากที่เลขานุการคณะกรรมการประเมินภายนอกรอบสาม (ดร.กฤติมา  เหมวิภาต)   มาตรวจประเมินเอกสารและหลักฐานประกอบการประเมินประกันคุณภาพภายนอก รอบสาม  คณะวิชา  กลุ่มประเมินที่  2 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ของมหาวิทยาลัยเบื้องต้น ในวันที่ 19-21 พ.ย. 54  ณ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม   ซึ่งน้องไหม ของศูนย์ฯ ได้สรุปเพิ่มเติมประเด็นที่ตรวจพบและฝากเป็นประเด็น ส่งแจ้งให้คณะ เพื่อเตรียมการในเบื้องต้น  ดังนี้

1.  ข้อมูลตัวบ่งชี้ที่  1  2  และ  16.2  ควรใช้ข้อมูลจากส่วนกลาง เช่น กองแผนงาน/กองทะเบียนและประมวลผล  เนื่องจากเมื่อคณะกรรมการฯต้องรายงานผลตัวเลขให้ สมศ.  ตัวเลขที่ได้จากคณะวิชาต้องรวมกันแล้วได้ตรงตามระดับสถาบัน

2.  จำนวนผู้สำเร็จการศึกษา ที่นำมาใช้เป็นข้อมูลตัวเลขแสดงในแต่ละตัวบ่งชี้  ที่มหาวิทยาลัยถือตาม
ปีการศึกษา  ควรเป็นตัวเลขจากระบบทะเบียนฯ  ของกองทะเบียนและประมวลผล  ที่ตัดช่วงเวลาการสำเร็จการศึกษาที่ตรงกันทุกคณะวิชา (1 มิถุนายน 2553 – 31 พฤษภาคม 2554)

3.  ผลงานที่ตีพิมพ์หรือเผยแพร่  ตัวบ่งชี้ที่  3 และ  4   ไม่จำเป็นต้องเป็นของผู้ที่สำเร็จการศึกษาปีการศึกษา 2553  ขอให้เป็นผลงานที่ตีพิมพ์หรือเผยแพร่ในช่วงปีการศึกษา 2553  (ไม่จำเป็นต้องเป็นผลงานของนิสิตที่สำเร็จการศึกษาในปีการศึกษา 2553 เช่น จะเป็นผลงานตีพิมพ์ของนิสิตที่สำเร็จไปแล้ว  หรือนิสิตปัจจุบันที่ได้มีการตีพิมพ์ฯ โดยขอเพียงแต่ให้เป็นผลงานตีพิมพ์ของนิสิตที่มีการตีพิมพ์เผยแพร่ในรอบปีการศึกษา 2553)  ส่วนฐานในการคิดคำนวณ คือ จำนวนผู้ที่สำเร็จการศึกษาปีการศึกษา 2553

4.  ตัวบ่งชี้ที่  3  และ  4  กรณีใช้แบบตอบรับการตีพิมพ์  จะนับได้เมื่องานวิจัยนั้นได้รับการตีพิมพ์ไปแล้ว  เช่น  แบบตอบรับที่กำหนดว่าจะตีพิมพ์ในช่วงวงรอบปีประเมิน ปีการศึกษา 2553  และขอให้สำเนาหน้าปกของผลงานที่ตีพิมพ์ที่มีชื่อนิสิตแนบด้วย  ส่วนแบบตอบรับที่ตอบรับที่มีกำหนดการตีพิมพ์นอกปีประเมินไม่สามารถนำมานับได้

5.  การตีพิมพ์ในช่วงคาบเกี่ยวปีประเมิน  เช่น  มกราคม – กันยายน 2554  ถ้า No. 1 ของปี 2011ควรอยู่ในปีประเมิน  คณะควรจะหาข้อมูลเพิ่มเติมว่าวารสารนั้น  ตีพิมพ์ปีละกี่เล่ม  เพื่อประมาณช่วงเวลาการตีพิมพ์กรณีที่ไม่ระบุเดือน

6.  ให้แสดงการสืบค้น journal ranking ของฐานข้อมูล SJR ว่า  Q  ที่เท่าใด  โดยให้ print หน้าแรกแนบในหลักฐานด้วย  (ตัวอย่างเช่นของคณะเทคโนโลยี)

7.  ตัวบ่งชี้ที่  5  นำผลงานวิทยานิพนธ์ของนิสิตมาเป็นผลงานของอาจารย์ไม่ได้

8.  บทความวิจัย  ส่วนใหญ่จะแสดงเพียงว่า  ชื่อวารสารอยู่ในรายชื่อวารสารตามฐานข้อมูล แต่บทความที่มีนำมาอ้างอิง  จะไม่แสดงข้อมูลหลักฐานว่ามีการตีพิมพ์ในวารสารตามที่ได้ระบุไว้

9.  ตัวบ่งชี้ที่  6  การนำไปใช้ประโยชน์  ควรระบุว่าสามารถนำไปใช้อย่างไร ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่แสดงผลจากการใช้ประโยชน์  และไม่มีการแสดงรายงานการวิจัย  เช่น  วัตถุประสงค์  ผลที่ต้องเกิดประโยชน์แล้ว  บางส่วนที่เป็นการบริการวิชาการ  สามารถนำมารายงานผลการดำเนินการได้  โดยระบุชื่องานวิจัย  ซึ่งการนำไปใช้ประโยชน์ให้แยกตาม 4 มิติ ตามคู่มือฯ  ซึ่งงานวิจัย 1 เรื่อง  หากนำไปใช้ประโยชน์ที่ต่างมิติกัน  เช่น การนำไปปรับปรุงเป็นผลิตภัณฑ์ (ประเด็นเชิงพาณิชย์) และอาจจะนำไปปรับปรุงเป็นข้อกฎหมายหรือระเบียบ (ประเด็นเชิงนโยบาย) เป็นต้น  ก็สามารถนับเพิ่มตามมิติการนำไปใช้ประโยชน์ได้  โดยงานวิจัยที่มีการนำไปประยุกต์ใช้ประโยชน์ตามมิติต่างๆ  จะสามารถนับได้แต่ต้องมีหลักฐานแสดงที่ชัดเจน

10.  ตัวบ่งชี้ที่  6  การนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์  ประเด็นคำถามจากมหาวิทยาลัยว่า “นำไปใช้ก่อนปีประเมิน จนถึงปัจจุบัน” จะสามารถนับได้หรือไม่ ต้องนำกลับไปหารือกับทีมประเมินก่อน

11.  ตัวบ่งชี้ที่  7  นำผลงานวิทยานิพนธ์ของนิสิตมาเป็นผลงานของอาจารย์ไม่ได้  นอกจากผลงานดังกล่าวมีชื่อของนิสิตในผลงานวิจัยในฐานะเป็นผู้ร่วมวิจัย  และต้องมีหลักฐานที่แสดงชัดเจนว่านิสิตผู้นั้นเป็น ผู้ร่วมวิจัย 

          -  บทความวิชาการ  ในตัวบ่งชี้ที่  7  ต้องเป็นบทความทางวิชาการไม่ใช่บทความวิจัย  และบทความทางวิชาการนี้ใช้ความหมายตามที่ กพอ. กำหนดในการขอตำแหน่งทางวิชาการ

          -  ตำราหรือหนังสือ  ที่นำมาอ้างอิงเป็นหลักฐานในตัวบ่งชี้นั้น 

      * ถ้าเป็นตำราหรือหนังสือที่ใช้ขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการ  ต้องมีมติเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่พิจาณาผลงาน ให้ผ่านแล้ว  ทั้งนี้  มติที่กรรมการฯพิจารณาผลงานเห็นชอบ จะต้องอยู่ในวงรอบปีการศึกษา 2553  จึงจะสามารถนับเป็นคะแนนได้ 1  คะแนน  (โดยขอให้คณะวิชา ประสานกับกองการเจ้าหน้าที่เพื่อขอหลักฐานแบบคำขอกำหนดตำแหน่งและสรุปผลการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาผลงาน  เพื่อนำมาเป็นหลักฐานแสดงให้ผู้ประเมินพิจารณาด้วย)     

      * ถ้าเป็นตำราหรือหนังสือ  ที่นอกเหนือจากการใช้ขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการ ต้องแสดงรายละเอียดของคุณภาพของตำราหรือหนังสือที่มีการตรวจอ่านโดยผู้ทรงคุณวุฒิ  หรือมีผู้ทรงคุณวุฒิตรวจอ่านตามเกณฑ์การขอตำแหน่งทางวิชาการ  ทั้งนี้ ต้องอยู่ในวงรอบของปีการศึกษา 2553

12.  ค่าน้ำหนักผลงานวิชาการที่รับรองคุณภาพ  ถ้าเป็นน้ำหนัก 1  ต้องมีแบบขอกำหนดที่แสดงว่าใช้ผลงานตามที่นำมารายงาน และผลการพิจารณาของคณะกรรมการที่แสดงว่าผ่านการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ

13.  ในการนำเสนอเอกสารและหลักฐานเกี่ยวกับการบูรณาการโครงการบริการวิชาการ  ให้นำเสนอรูปเล่มสรุปรายงานผลโครงการบริการวิชาการ พร้อมกับ หลักฐานการบูรณาการการสอนและหรือการวิจัย

14.  แผนบริการวิชาการ  แผนทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม  นำเอกสารนำแสดงเป็นแผนปฏิบัติราชการที่มีการแสดงโครงการและงบประมาณ  แต่จะไม่รายละเอียดที่แสดงถึงตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย  ดังนั้น จึงขอให้คณะวิชาควรแสดงเอกสารที่เป็นแผนบริการวิชาการ  แผนทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม  ที่มีการกำหนดตัวชี้วัด และเป้าหมาย

 หมายเหตุ  :  1.  กรณีที่ต้องการทราบรายละเอียดหรือคำอธิบายของแต่ละประเด็นเพิ่มเติม ท่านสามารถเข้าไปฟังเทปบันทึกเสียงการประชุมชี้แจงของอาจารย์ ดร.กฤติมา  เหมวิภาต  เมื่อวันจันทร์ที่  21 พฤศจิกายน 2554 ณ ห้องประชุม 2  ชั้น 4  อาคารบรมราชกุมารี   ได้ที่  http://www.qa.msu.ac.th/QAWEB/

      2.  ดร.กฤติมา  เหมวิภาต  จะนำประเด็นหรือข้อสังเกตที่ได้จากการตรวจเอกสารหลักฐานไปหารือร่วมกับคณะกรรมการประเมินชุดใหญ่  ในวันที่ 23 ธันวาคม 2554

 

Share and Enjoy:
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Twitter
  • Print
  1. kamphanat.a พูดว่า:

    ขอบคุณมากครับ
    หลัง23ธค ให้ชัวร์ ค่อย processข้างในกันต่อ เห็นด้วยครับ
    แต่ก็บนจุดยืนของ มมส ที่คุย ประชุมกันมา
    เอาพลังภายในเป็นสำคัญ
    ว่างัยก็ตามกันคับ

You must be logged in to post a comment.