0

ความรู้สึกของทูตความดี มมส ปี 2010(ฉันอยากเป็น “ดารา″ )

เรื่อง…..ฉันอยากเป็น “ดารา″
………..สามทีมที่ผ่านเข้ารอบทีมแรกได้แก่ทีมดวงดาวแห่งความดีทีมที่ 8 ครับ กรี๊ดดดดดดดดดดดด !!! เสียงฉันและพี่สาวกรีดร้องสุดพลัง
ฉันแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ฉันดีจัยมากจนน้ำตาแทบซึม กอดกันกับพี่สาวไว้แน่น และขอแสดงความยินดีกับทั้งสามทีมข้างหน้าและน้องทั้ง
สองคนของทีมดวงดาวแห่งความดี คือน้องพัชรินภรณ์ และน้องพิชญญาภรณ์ โพธิ์พิทูล ค่ะ ฉันก้าวเท้าออกไปข้างหน้าด้วยความดีจัย
ตอนนั้นทุกอย่างเหมือนฝันไป เพราะไม่เคยคิด ไม่เคยคาดหวังว่า 1 ใน 24 คนจะเป็นฉัน และตอนนี้ฉันก็ได้เป็นตัวแทน1ใน6ของภาคอิสาน
และคนที่ผ่านเข้าบ้านจะต้องไปเข้าบ้านความดีเป็นเวลา 10 วันเพื่อส่งต่อภาระกิจการทำความดี ฉันคิดว่ามันคงเหมือนเข้าบ้าน The Star แน่ๆเลย
เพราะต้องถ่ายทำรายการเรียลลิตี้ออกอากาศผ่านทางช่อง 3 ด้วย ไชโยฉันจะเป็นดาราแล้ว วู๊ๆๆๆๆๆๆๆ ดีใจเว๊ยๆๆๆๆ
……. เฮ่ยๆ ละมัย ละมัย ตื่นๆ ๆ ! ! ! เสียงคุ้นหูดังแว่วๆอยู่ข้างหู พร้อมกับการสะกิดฉันอย่างแรง ฉันจึง สดุ้ง ลืมตาขึ้นมาพร้อมดวงตาอีกหลายร้อยดวง
ที่จ้องมาที่ฉันคนเดียว อาจารย์ให้ “อธิบายความหมายของคำว่าทูตความดี” ให้เพื่อนๆในห้องฟัง เสียงเบียร์กระซิบเบาๆที่หูฉัน “ซวยแร้วมึง”
เสียงดังก้องหู อ้าว ! ! !พัชรินภรณ์ อธิบายให้เพื่อนฟังค่ะ ! ! ด้วยความที่กลัวอาจารย์จะดุ ฉันจึงรีบตอบไปด้วยความรวดเร็วโดยที่ไม่เคยรู้ความหมายที่แท้จริง
ของคำว่าทูตความดีสักครั้ง….เอ่อ…เอ่อ…คือว่า..หนูคิดว่า ทูตความดี เค้าคงมีความคิดที่ดี เป็นคนที่มีศีลธรรมที่ดี หาแต่สิ่งดีๆ ทำแต่สิ่งดีๆ เป็นคนที่มีบุญที่สุด
โชคดีที่สุด ทุกคนก็ยอมรับ นับถือให้เกียรติไปไหนมาไหนก็มีคนเกรงใจ เค้าคงเป็นคนที่โชคดีและทั้งสวยใจดีแบบนางฟ้า แน่นอนเลยค่ะ
สิ้นเสียงฉันพูดจบ ก็มีเสียงหัวเราะตามมาเป็นขบวนรถไฟ เอ้อ เอ้า นางฟ้าเป็นทูตได้แล้วทีนี้ เอ้านั่งลงได้ แล้วอาจารย์ก็เดินไปเปิด You Toub ที่หน้าชั้นเรียนให้ดู
……….. “ปรากฎการครั้งสำคัญกำลังจะเกิดขึ้นกับการรวมตัวของพิธีกรคนรุ่นใหม่ เดี่ยว สุริยนต์,ไก่ ภาษิต, ดีเจภูมิ และ พี่โจ จะตามติดการเดินทาง
ของกลุ่มคนทำความดี 24 ชั่วโมง กับภาระกิจที่จะวาดอนาคตเมืองไทยขึ้นมาใหม่ กับรายการ D Ambassador 2010 รายการเรียลลิตี้โชว์ความดี
ครั้งแรกของเมืองไทยโดยการรวมพลังครั้งนี้ที่ยิ่งใหญ่ของคนดูดีทั่วฟ้าเมืองไทย เปิดเวทีเยาวชนไทย เพื่อนเฟ้นหาทูตความดีจากทั่วประเทศ
เพื่อวาดอนาคตประเทศไทย ด้วยการส่งคลิปวิดิโอในหัวข้อ “ความดี ดีที่ได้ทำ″ 3 นาที แล้วส่งผลงานเข้าประกวด เพื่อทำการคัดเลือกจากทั่วประเทศ
แล้วทำการ Odition เพื่อค้นหา 24 ตัวแทนจากทั้วทุกภาคเข้าไปทำภาระกิจที่บ้านความดี พร้อมทุนการศึกษาในการเรียนต่อต่างประเทศ รีบๆส่งผลงานกันนะครับ
คนโชคดีคนนั้นอาจเป็นคุณ”
……..ไม่มีทางหรอก ฉันคิดในใจเมื่อเสียงพิธีกรพูดจบ  “1 ใน 24 คนนนั้นไม่มีทางเป็นฉันไปได้” แต่ใครที่ได้เป็น 1ในนั้นคงเป็นคนที่โชคดีที่สุดแน่เลย
15 คะแนน สำหรับคลิปนี้ พอไหม อาจารย์ถาม เสียงฮืออาเพื่อนในห้องกำลังซุบซิบกันเรื่องการทำคลิปส่ง อาจารย์ให้จับกลุ่ม 5-8 คนแล้วให้ไปทำ
คลิปมาส่ง 15 คะแนน แล้วอัพลงที่เว็ปโครงการทูตความดีได้เลย แล้วค่อยคักลอกลิ๊งค์ที่ส่งมาให้อาจารย์พร้อมรายชื่อสามชิก อาจารย์จะให้คะแนนตามรายชื่อ
……..วี๊ด บูม ว๊าย บูม ตะลุง ตุ๊งแช่ ออกมาเต้นระบำ น้องปี1 คนไหนสวยสม ออกมาให้พี่ชมเสียที เสียงเพลงเชียร์ หยอกล้อน้องเฟรชชี่ปี1 ที่กำลังถูกรุ่นพี่รับน้อง
อย่างสนุกสนาน หัวเราะกันอย่างเบิกบานท่าทางมีความสุข ฉันได้แต่มองดูแล้วยิ้มี่มุมปากจนลับสายตาไปเพราะฉันได้แต่เสียดายที่ไม่เคยได้สัมผัส
บรรยากาศแบบนั้น ระหว่างนั่งรถกลับหอ ฉันลองนึกย้อนมองดูตัวเองเมื่อ 3 ปีที่แล้วที่ฉันได้ก้าวเท้าเข้ามาในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ฉันยังเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ
คนหนึ่งที่มาจากบ้านนอกเป็กเด็กภูเขาที่อยู่ต่างจังหวัดฉันเข้ามาเรียนที่คณะนี้ฉันไม่เคยเจอพี่คณะ ไม่เคยเจอน้องคณะ ไม่เคยพบน้องรหัส
ไม่เคยพบเพื่อนบั้ดดี้มีแต่เพื่อนที่เจอกันทุกวันตั้งแต่เกิดก็คือพี่สาวฝาแฝดของฉันเองและฉันมีเพื่อนน้อยมาก เพราะที่บ้านห้ามทำกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยจัดทุกกิจกรรม
เพราะเมื่อก่อนฉันเป็นนักกิจกรรมตัวยงของโรงเรียน เป็นคณะกรรมการของโรงเรียนไม่มีใครไม่รู้จัก “ละมุล ละมัย”ในโรงเรียนแห่งนั้น
ใช่แหละไม่ได้อ่านผิด ละมุล คือ ผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่เป็นเสมือนเงาของฉันเวลาที่มองหน้าเค้าทีไร รู้สึกเหมือนกำลังส่องกะจกทุกที
…..เพราะเหตุนี้ ที่ฉันเคยเป็นนักกิจกรรมกวาดรางวัลต่างๆมากมายทั้งระดับโรงเรียน ระดับเขต ระดับภาค เกียรติบัตรแทบล้นฟอตเลยทีเดียว
ครอบครัวจึงอยากให้ตั้งใจเรียนมากกว่าปีนี้ย่างเข้าปีที่ 3 แล้วที่ฉันไม่เคยได้สัมผัสกับกิจกรรมใดๆที่มหาวิทยาลัยจัดเลย ฉันจึงเหมือนเด็กเก็บกฎ
อีกทั้งยังเพราะรูปร่างน่าตาฉันที่ไม่กล้าจะเงยหน้าพบใครเพราะใบหน้าที่เต็มไปด้วยสิวจากการแพ้เครื่องสำอาง ต้องทนทรมานกับการไม่กล้า
มองหน้าใครๆถึง 2 ปีเต็มๆ เริ่มเข้าสู่ปีที่ 3 ก็ลดลงบ้างแล้ว แต่ก็ไม่ได้มีความหมายอะไรสำหรับฉันสักนิด เพราะอีกปีเดียวฉันก็จบแล้ว
……… อีก 1 ปีสินะ ที่ฉันจะได้ใส่ชุดครุย และเอาใบปริญญาไปฝากที่บ้านสักที ความหวังของคนทั้งครอบครัว กับหลานคนแรก ฉันอยากจบเร็วๆแล้ว
เมื่อกลับมาถึงห้อง ก็ ไม่ได้ออกไปเที่ยวไหน ดูทีวี เล่นเนต อ่านหนังสือ นอน คุยเรื่อยเปื่อยกับพี่สาวในแต่ละวัน แต่ฉันก็มีความสุขในทุกๆวัน
………..ละมุลพี่สาวฝาแฝดของฉันเป็นคนที่ขยันมากทำกับข้าวก็อร่อย พูดจาก็น่าฟัง กุลสตรีไทยที่สุด ต้องยกความดีให้พี่สาวคนนี้คนเดียว พี่สาวเค้าอ่านหนังสือเยอะ
ความจำดีสุดๆ ชอบคำนวณมากจึงเลือกเรียนบัญชี และก็ต่างจากฉันอย่างมากเพราะฉันจะตรงกันข้ามกับพี่สาวทุกอย่าง เรียนก็ไม่เก่ง หัวสมองก็ไม่ดี
ทำกับข้าวก็ไม่เป็น ขี้เกียจ  ขี้อายสุดๆ  ไม่กล้าแสดงออก นอกจากหัวสมองจะช้าแล้ว ยังตกวิชาเลขอีก นอกจากการร้องเพลง เล่นดนตรี วาดภาพ
เท่านั้นที่ฉันรู้สึกชอบและถนัดที่สุด ฉันเคยใฝ่ฝันว่าอยากเรียนคณะศิลปกรรมศาสตร์มากที่สุดเลย เพราะอยากเป็นนางรำ อยากแต่งตัวสวยๆ
แต่คงเป็นไปไม่ได้เพราะที่บ้านไม่เห็นด้วย ฉันเลยเลือกเรียนคอมพิวเตอร์ธุรกิจ อย่างน้อยๆ ก็ไม่มีคำนวณคงพอไหว จะพยายามจบสี่ปีพร้อมเพื่อนให้ได้
ที่สำคัญความใฝ่ฝันของฉันที่อยากให้เป็นจริงที่สุดคือ การออกทีวี ฉันชอบเพ้อฝันอยากเป็นดารา นักร้อง เพราะความที่ว่าอยากออกทีวี อยากจะดัง
แต่เสียงก็ไมได้เพราะ หน้าตาก้ไม่ได้ดี หุ่นก็ไมได้สูง ไม่รู้จะมีวิธีไหนที่จะได้เข้าสู่วงการบันเทิงกับเค้าได้ คิดมาแล้วก็ท้อใจ
……เพื่อดาวดวงนั้น ที่ฝันที่อยากเป็น เพื่อนดาวดวงนั้นฉันจะทำให้เหนือกว่า เพื่อนดาวดวงนั้นต้องสู้จนสุดใจ “ฉันจะเป็นดาว”
ใช่แหละ ฉันอยากเป็นดาว เมื่อดูเดอะสตาร์ค้นฟ้าคว้าดาวทีไร ฉันก็อยากจะเป็นแบบนั้นบ้าง สิ่งที่ฉันอยากจะทำมากที่สุด คือการได้นั่งดูตัวเอง
ผ่านทางโทรทัศน์ ฉันอยากออกทีวี แม้สักแค่ 1 วินาทีก็ยังดี มี 2 ครั้งที่โรงเรียนมัธยมจัดไปทัศนศึกษาและได้เข้าชมรายการ07โชว์ และเข้า
ชมการอัดรายการ “ชิงร้อยชิงล้าน” ฉันต้องกรี๊ดดังๆ ทั้งที่ไม่ได้ชอบ ต้องแกล้วหัวเราะจนเห็นลิ้นไก่ ทั้งที่ไมได้ขำ ต้องเก๊กหน้าสวย ทั้งๆ
ที่ไม่ได้สวย เพื่อให้กล้องวิ่งผ่านมากที่สุด และโทรบอกให้ที่บ้านรอดู ถึงแม้จะเป็นแค่ผู้เข้าร่วมชมรายการ ที่บ้านก็ตื่นเต้น รอเปิดทีวีดูฉันวิ่งผ่านทีวี
แม้กระทั้งเรียนมหาวิทยาลัยความคิดที่อยากจะออกทีวีก็ไม่ได้หายไปจากใจฉันสักนิดเลยขนาดรายการ OIC มาทำรายการที่ในมหาวิทยาลัย
ฉันยังเบียดผู้คนเพื่อที่จะได้อยู่ด้านหน้า ผ่านกล้องสักเศษเสี่ยววินาที ก็ต้องกรี๊ดจนสุดเสียง ต้องแสดงเยอะๆ นั่นแหละตัวฉัน
…….และแล้วโอกาสที่จะได้วิ่งผ่านจอทีวีก็มาถึงอีกครั้ง เพราะ ริท เดอะสาตร์ มาถ่ายทำรายการรถโรงเรียนฉันไม่รอช้า แต่งตัว ลอนผมเกียว
ทำทุกอย่างที่เป็นจุดเด่นให้ได้ออกโทรทัศน์ รอตั้งแต่เช้า จนบ่าย และเย็น ก็ยังไม่มาแต่ฉันไม่ท้อหรอก การออกทีวีของฉันสำคัญสุด แม้กระทั่งยอมโดด
เรียนไปรอเลยทีเดียว และแร้ว การถ่ายทำรายการก็เริ่มขึ้น อยู่ๆ ก็มีพิธีกรก็แหวกคนเพื่อเข้ามาหาฉัน แล้วก็ยื่นไมค์มาที่ฉันแล้วถามว่า คิดว่าวันนี้ริทจะขาย
สลัดผักหมดไหมคะ ฉันอึ้งอยู่พักหนึ่ง ก็ตอบไปว่าขายหมดค่ะ วันนี้ริทน่ารักมาก ขายหมดแน่นอนฟันธงค่ะ แล้วพิธีกรก็เดินไปสัมพาทย์คนอื่น ในใจก็แอบคิด
ดีใจที่พิธีกรแหวกคนเข้ามาหาฉัน การลงทุนแต่งตัวสวยๆ ลอนผมเกียวๆ ไม่เสียเปล่า จะได้ออกทีวีแล้ว วู๊ๆ ฉันได้แต่รอดูรายการรถดรงเรียนทุกอาทิตย์แล้ว
ก็เหมือนทุกครั้งที่โทรไปบอกทางบ้านให้รอดู แม้จะเป็นแค่การวิ่งผ่านกล้องก็ตาม
……..กริ๊งๆ กริ๊งๆ เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นของเช้าวันหยุดสุดสัปดาห์ที่แสนจะสบาย โห! ! นี่มันจะบ่ายแล้วหรือเนี้ย ฉันตกใจเพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้ว
ที่ต้องส่งคลิป ฉันรีบโทรศัพทืไปหาเบียร์ทันที แต่ก็ต้องแห้ว เบียร์กลับบ้านแต่เช้าแล้ว ฉันพยายามรวบรวมเพื่อนให้ครบ 8 คนเพื่อทำการถ่ายคลิปแลก 15 คะแนน
วันนี้ละมุลว่างฉันเลยชวนไปช่วยถ่ายคลิป ละมุลก็เปิดดูรายละเอียดการสงผลงานเข้าประกวด แล้วก็คิดสนุกอยากส่งคลิปบ้าง แต่ไม่มีเพื่อนคนไหนอยู่ใรมอเลย
กลับบ้านกันเสียส่วนใหญ่ ฉันเลยบอกว่าไม่ยากหรอกถ้าอยากทำส่งมาทำด้วยกันก็ได้เพราะฉันทำส่งเอาคะแนนเฉยๆ ละมุลเลยมาร่วมทำคลิปด้วย แต่สมองของ
เราสองคนชอบคิดอะไรที่ไม่เหมือนคนอื่น ไม่ชอบเลียบแบบใคร ไม่ชอบทำซ้ำใคร เลยคิดวิธีการทำความดี ในรูปแบบที่ไม่เหมือนใคร ฉันใช้เวลาช่วงบ่าย
ที่เหลือถ่ายทำคลิปสั้นจนเย็น ได้สมาชิกมาแค่ 5 คน มีหญิง 3 คน ชาย 2 คน กว่าเราจะถ่ายคลิปเสร็จก็สามทุ่มกว่าแล้ว ฉันจึงให้เพื่อนในกลุ่มที่เก่งด้านตัดต่อวิดิโอ
ตัดต่อคลิปแล้วก็ส่งก่อนเที่ยงคืนจนได้ ส่งแล้วก็เหลือแค่ช่วยกันโหวตเพื่อให้คลิปผ่านเข้ารอบ ฉันกับเพื่อนก็ส่งลิ้งค์ไปให้เพื่อนๆช่วยกันโหวตเล่นๆ แต่พอช่วงหลังๆ
ขี้เกียจเลยไม่โหวตกันต่อ เพราะคิดว่าไม่เข้ารอบ เพราะคนส่งทั่วประเทศรวมแล้วสองพันกว่าคลิปไม่มีทางเป็นไปได้
……..ตื๊อ ดือ ดื่อ ดือ ตื๊อ ดือ ดื่อ ดือ ดื๊อ ๆ เสียงโทศัพท์โนเกียขาวดำเครื่องรู้ใจดัง ฉันรีบหยิบมาดู เป็นเบอร์แปลก “ฮัลโหลสวัสดีค่ะ” ใช่ค่ะ ค่ะ ได้ค่ะ ที่เมลล์ใช่ไหมคะ
ค่ะ ขอบคุณนะคะ กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ! ! ! ! ! ฉันร้องออกมาสุดเสียงด้วยความดีใจ จนพี่สาวดุให้ ฉันยังไม่ทันได้พูด
อะไร ได้แต่กระโดด ดลดเต้นบนเตียงนอนแล้วก็วิ่งไปมารอบห้อง เหมือนคนบ้า มุล คลิปเราผ่านเข้ารอบ 50 ทีมของภาคอิสาน แล้วต้องได้ไป Live odition ที่ขอนแก่น
ด้วย พี่สาาวฉันดีใจกระโดดดลดเต้นอีกคน ฉันยอมรับว่าฉันดีจัยมากเพราะมันเป้นอะไรที่ไม่เคยคาดหวังและคิดมาก่อนว่าจะผ่านเข้ารอบ แต่เมื่อบอกเพื่อนในทีม
ว่าผ่านเข้ารอบ กลับไม่มีใครดีใจสักคน มีแต่ปิงเท่านั้นที่ยินดีและพร้อมจะไป Live odition ด้วยกัน แต่เพื่อนอีกสองคนไม่มีทีท่าว่าจะไปเพราะเป็นคนที่ขี้อาย
ไม่กล้าแสดงออก ฉันก็พยายามอ้อนวอนอยู่นานจนเพื่อนยอมจะไปให้ มหาวิทยาลัยมหาสารคามเป็นมหาวิทยาลัยที่ผ่านเข้ารอบมากที่สุดของภาคอิสาน
เพราะมีด้วยกันถึง 8 ทีมโดยมีอาจายร์ศศิ นพเกตุเป็นที่ปรึกษาโครงการ ทั้ง 7 ทีมได้ทำการซ้อมเป็นอย่างดีโดยมีคอมเม้นท์เตเตอร์ติวให้ อาจารย์ศศิ นพเกตุเป็นคน
ช่วยดูการนำเสนอและให้นำไปปรับปรุงแก้ไข และวันสุดท้ายก่อนไป Live odition ที่ขอนแก่น อาจารย์ขอดูการนำเสนอของทีมฉัน แต่ทีมฉันเป็นทีมเดียว
ที่ไม่ได้ไปหาอาจารย์ตามนัดเพราะกว่าจะซ้อมกันก็ดึกและซ้อมไม่เหมือนเดิมสักรอบจนดึก พวกเราซ้อมแค่คืนวันก่อนจะไป Live Odition แล้วเราก็แบ่งหน้าที่กันไป
เพราะต้องพักผ่อนซ้อมกันแค่ไม่กี่รอบ คิดถึงวันพรุ่งนี้ ฉํนคิดถึงการออกทีวีจนหลับไป …..
………กริ๊งๆๆๆ เสียงนาฬิกาปลุกดัง บอกเวลาของตี4 อีกวัน ฉันรีบออกไปหาเพื่อนๆ ที่หออยู่แถวหน้ามอเพื่อนที่จะไปขึ้นรถที่รออยู่มอเก่า แต่ระยะทางที่จะออกจากมอ
จากเคยใกล้บัดนี้ช่างไกลเหลือเกิน เพราะวันนี้เป้นวันที่มหาวิทยาลัยมหาสารคามจัดพิธีพระราชทานปริญญาบัตร รถติดมากได้แค่คลานไปช้าๆเหมือนเต่า กว่าจะถึง
มอเก่าแทบขาดใจ
……….รถตู้ เลี้ยงขวาเข้ามาที่มหาวิทยาลัยเทคดนโลยีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฉันจึงรู้สึกตัว แล้วยกมือไหว้ ศาลพระภูมิหน้ามอขอให้ประสบความสำเร็จ
และเหมือนมหาลัยมหาสารคามจะมาถึงเป็นกลุ่มแรก ลงรถได้ไม่นานก็มีนักเรียน นักศึกษาจากทั่วภาคอิสานทะยอยมาเรื่อยๆ จนเยอะขึ้นถนัดตา
บรรยากาศคึกคักมาก และแล้วสิ่งที่ฉันใฝ่ฝันมากที่สุดก็มาแล้ว กล้องตัวใหญ่ๆ พร้อมกับคนถือไมล์เตรียมสัมพาทย์ความรู้สึก ฉันคิดว่า เอาวะมาถึงนี่แล้วไม่เข้า
รอบ 3 ทีมสุดท้ายก็ขอให้ได้ออกรายการสักนิดหนึ่งก็ยังดี
……..พี่ตากล้องเดินมาทางนี้แล้ว ฉันยิ้มอย่างดีใจ พี่ทีมงานก็สัมพาทย์ว่าใครคิดโครงการนี้ เพื่อนทั้งหมดชี้มาที่ฉัน ฉันก็เลยถูกสัมพาทย์ว่าวันนี้จะนำเสนออะไร
ให้คณะกรรมการชม ฉันก็ตอบไปว่า เป็นการแสดงละคร สะท้อนสังคมค่ะ วันนี้พวกเรามาเต็ม 100 เชียร์พวกเราด้วยนะคะ แค่นี้ก็หลายนาทีแล้วฉันหน้าบาน
ด้วยความดีใจ
……และเมื่อถึงเวลา Live Odition พี่ทีมงานก็เข้ามาแจ้งรายละเอียด หากผ่านเข้ารอบ สามทีมสุดท้ายของภาคอิสาน จะได้ไปเข้าบ้านความดีเพื่อส่งต่อภาระกิจ
ความดีเป็นเวลา 10 วันเพราะฉะนั้นให้ทุกคนแสดงความสามารถออกมาให้เต็มที่ ขอให้โชคดีนะครับ ฉันได้แต่นั่งหน้าหงิก เพราะคิดว่าคงไม่มีทาง
ได้เข้ารอบอย่างแน่นอน ดูทีมอื่นเค้ามาแบบจัดเต็ม ทั้งเสื้อผ้า หน้าผม พร็อบเพียบ พร้อมเพียงเตรียมพร้อมเป็นอย่างดี ต่างจากทีมฉันมากที่มาแบบไม่ได้
เตรียมอะไรเลย ไม่พร้อมกันสักคนแต่ก็คิดว่า สู้ๆ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว อาจารย์ศศิ เข้ามาถามว่าเราจะเสนออะไรให้คณะกรรมการชม ฉันเป็นคนอธิบาย
ให้อาจารย์ฟัง แต่ดูสีหน้าอาจารย์แล้วไม่ค่อยจะโอเครเท่าไหร่ อาจารย์ก็บอกทิ้งท้ายว่า ตอบคำถามคณะกรรมการให้ได้แล้วกันนะ แล้วก็เดินไปติวให้ทีมอื่น
เพราะดูแล้วทีมฉันคงไม่ติด 1 ในสามแน่นอน ฉันเริ่มใจแป้วแล้ว แต่พี่สาวก็ปลอบใจบอกว่าไม่เป็นไรหรอก เอาแบบเดิมนิแหละ อย่าคิดมาก
……และ การแข่งขันก็เริ่มขึ้น ทีมที่1 ขึ้นไปแล้ว ตามด้วย 2 ,3 ,4 ,5 ,7 และ ทีมที่ 8 ทีมดวงดาวแห่งความดี เชิญค่ะ….เสียงเพลงแดนซ์ดังขึ้น
ฉันสูดลมหายใจเต็มปอด และก้าวเท้าขึ้นเวทีพร้อมกับเพื่อนที่เต้นเข้าไปกลางเวที ทุกคนในห้องฮือฮาแบบแปลกใจว่าทีมฉันทำบ้าอะไรกัน
สักพักก็เป็นเสียงหว๋อ ไฟไหม้ผับ ทุกคนในผับสลบหมด แล้วมาฟื้นที่ในนรกภูมิ เป็นเด็กวัยรุ่น 5คนกรีดร้องอยู่ในกะทะทองแดง ยมทูตให้เล่า
ความชั่วที่เคยทำ ใครที่ชั่วที่สุด ยมทูตจะให้กลับไปเข้าร่าง เด็กวัยรุ่นทั้ง 5 คนแย่งกันพูด คนที่ 1 ละมุล บอกว่าเป็นเด็กใจแตก ไม่เคยทำให้พ่อแม่ภูมิใจ
เห็นน้ำตาแม่ทีไรมีความสุขทุกที คนที่ 2 ละมัย บอกว่าตัวเองเป็นคนรวยล้นฟ้า แต่ไม่ชอบช่วยเหลือใคร เพราะอยู่ด้วยตนเองได้ ไม่ต้องไปพึ่งใคร
คนที่ 3 ปอย บอกว่า เล่นการพนัน ป๊อก8ป๊อก9ทุกวัน จนถึงเช้า หนังสือไม่เคยไปเรียนหรอกเพราะตื่นไม่ทัน ไม่ว่าจะการพนันอะไรปอยเอาหมด ทั้ง หวย บอล
แชร์ คนที่ 4 วา บอกว่า ตัวเองเป้นคนลั๊ลลา ทำผู้หญิงท้องไปทั่ว เพราะรักสนุก แต่ไม่ผู้พันธ์ พอใครท้องมาก็บอกให้ไปทำแท้งทันที
คนที่ 5 ปิง บอกว่าเค้าเป็นนักเลงหัวไม้ วันไหนไม่ได้ตีได้ต่อยใคร เค้าจะนอนไม่หลับ นักเลงหัวไม้มือ 1 ต้องยกให้เค้า เมื่อทุกคนพูดจบ ยมทูตก็หัวเราะด้วย
ความชอบใจ และบอกว่ารู้ไหมผลที่เจ้าทำแบบนี้มันเกิดอะไรกับคนอื่นบ้าง แล้วยมทูตก็ทำให้เห็นว่าเกิดผลเสียอย่างไร เด็กวัยรุ่นทั้ง 5 คนเริ่มสำนึกผิด
และร้องไห้เพราะความกลัว ยมทูตจึงบอกว่าเห็นแล้วใช่ไหม ว่ามันมีผลกระทบหลายอย่าง ถ้าอยากลงไปเกิดให้ พวกเจ้าท่องเอาไว้ ว่าจงเปลี่ยน จงเปลี่ยนๆๆ
และทั้งหมดก็ได้กลับมายังโลกมนุษย์อีกครั้ง และเค้าทั้งห้าก็กลับตัวเป็นคนดี ของพ่อแม่ และเป็นคนดีของสังคม จบด้วยเพลง ดวงดาวแห่งความดี
……..คณะกรรมการ เริ่มถามคำถามว่าคิดยังไงถึงเปลี่ยนตัวเองได้ เอาแบบจริงๆ นะ พี่สาวของฉันตอบว่าเพราะเห็นน้ำตาแม่เลยคิดได้เมื่อก่อนเคยติดเอฟ1วิชาเพราะ
ไม่เชื่อฟังพ่อแม่ แล้วก็ถามต่อว่าหากทีมนี้ได้ผ่านเข้ารอบเป็นสามทีมสุดท้ายแล้วต้องเข้าบ้านแค่ 2 คนในทีมจะให้ใครเข้าไป วา สมาชิกในทีมตอบว่า ให้ ละมุล ละมัย
เข้าไปครับ เพราะว่าเค้ามีความเป็นผู้นำและนี่ก็เป็นความคิดที่เขาพาเพื่อนๆมาประกวดครับ คณะกรรมการถามต่อว่า เพื่อนเลือกหนูสองคนแล้ว ละมุล ละมัย
ถ้าหากหนูสองคนได้เป็นตัวแทนไปเข้าบ้านแต่กรรมการให้เข้าไปแค่ 1 คนเท่านั้นจะให้ใครไป ฉันจึงตอบว่า ฉันขอเสียสละให้พี่สาวไป เพราะพี่สาวเป็นคนที่ดูแล
ฉันมาโดยตลอด เค้ามีความเป็นผู้ใหญ่และมีความเป็นผู้นำ เค้าเป้นคนที่สมควรที่สุดค่ะ กรรมการณ์ยิ้ม แล้วก็บอกว่าหมดคำถามแล้วค่ะ
………วินาทีนั้นฉันโล่งอกมาก สบายใจที่สุดเลย ฉันลงไปกินข้าวด้วยความเหนื่อยและหิวแล้วขึ้นมาดูทีมอื่นนำเสนอ แต่ฉันง่วงมากจึงพากันหลับไป
ตื่นมาอีกทีก็เวลา 18:00น. แล้ว ไม่ได้ดูทีมไหนนำเสนอเลย แล้วก็รอแค่กรรมการรวมคะแนนและประกาศผล รู้สึกว่าได้รอนานมาก
………. เวลาที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง พิธีกร จะประกาศ 3 ทีมสุดท้ายที่ผ่านเข้ารอบของภาคอิสาน และให้ทีมที่ผ่านเข้ารอบออกมายืนบนเวที
……….และสามทีมที่ผ่านเข้ารอบทีมแรก ๆได้แก่ทีมดวงดาวแห่งความดีทีมที่ 8 ครับ กรี๊ดดดดดดดดดดดด !!! เสียงฉันและพี่สาวร้องสุดพลัง
ฉันแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ฉันดีจัยมากจนน้ำตาแทบซึม กอดกันกับพี่สาวไว้แน่น และขอแสดงความยินดีกับทั้งสามทีมข้างหน้าและน้องทั้ง
สองคนของทีมดวงดาวแห่งความดี คือน้องพัชรินภรณ์ และน้องพิชญญาภรณ์ โพธิ์พิทูล ค่ะ ฉันก้าวเท้าออกไปข้างหน้าด้วยความดีจัย
ตอนนั้นทุกอย่างเหมือนฝันไป เพราะไม่เคยคิด ไม่เคยคาดหวังว่า 1 ใน 24 คนจะเป็นฉัน และตอนนี้ฉันก็ได้เป็นตัวแทน1ใน6ของภาคอิสาน
และคนที่ผ่านเข้าบ้านจะต้องไปเข้าบ้านความดีเป็นเวลา 10 วันเพื่อส่งต่อภาระกิจการทำความดี ฉันคิดว่ามันคงเหมือนเข้าบ้าน The Star แน่ๆ
เพราะต้องถ่ายทำรายการ เรียลลิตี้ ผ่านทางช่อง 3 ด้วย ไชโยฉันจะเป็นดาราแล้ว วู๊ๆๆๆๆๆๆๆ ดีใจเว๊ยๆๆๆๆ ไม่คิดไม่ฝันเลยว่าฉันจะผ่านเข้ารอบ
ฝันฉันเป็นจริงแล้วหรือนี่ เพลี๊ย ๆ ๆ ฉันตบหน้าตัวเองเพื่อทดสอบว่าไม่ได้ฝันไป ฉันกับพี่สาาวและเพื่อนอีก 4 คนได้สวมเสื้อยืดสีขาว Do-D
คนละตัวและนี่คือสัญลักษณ์ที่จะเดินเข้าไปในบ้านความดีได้
……….ฉัน สดุ้ง ตื่นอีกครั้งเมื่อรถตู้ตกหลุม แล้วก็ได้แต่เศร้าใจ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เฮ้อออออ ฝันอีกแล้ว แต่ก็ต้องตกใจเมื่อรู้สึกอึดอัดนิดๆ
จึงก้มมองดูที่เสื้อ เฮ้ยยย ฉันไม่ได้ฝันหรือนี่ ความจริงใช่ไหม ฉันได้แต่ดีจัยจนบอกไม่ถูก เมื่อกี้ฉันไม่ได้ฝันไป เสื้อที่ทางรายการมอบให้
ฉันยังคงสวมมันอยู่ ฉันได้แต่นอนกอดเสื้อ Do-D สีขาวแล้วนอนหลับไปพร้อมรอยยิ้มที่ดีใจจนบอกไม่ถูก ฉันจะได้ออกทีวีแล้ว ฉันจะได้
เข้าไปอยู่ในบ้านเหมือน The Star ฉันนอนยิ้มไม่หุบ ด้วยความดีใจ
………..ครืดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด เสียงล้อลากเป็นทางยาวไปกับพื้น ฉันค่อยๆ ลอยสูงขึ้น สูงขึ้น จนรู้สึกว่าฉันตัวใหญ่จัง
เพราะพื้นที่ข้างล่างดูเล็กนิดเดียว ฉันรู้สึกเห็นปุยเมฆอยู่ใกล้แค่เอื้อม ฉันเคยฝันอยากจะบินได้เหมือนนกมานานแล้ว วันนี้ฝันฉันเป็นจริงแล้ว
ฉันรำพึงรำพันกับตัวเองด้วยความปลื้มปิติ พลางเค้ยวขนมปังแสนนุ่มในปาก ขณะที่กำลังจะเอนตัวลงนอน ก็ต้องชะงักเพราะ …?
“ท่านผู้โดยสารโปรดเก็บพื้นที่รองถาดและคาดเข็มขัดให้เรียบร้อย เครื่องบินกำลังจะลงจอดที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ” ฉันกำลังเพลิดเพลิน
กับการนั่งเครื่องบินยังไม่ทันถึงชั่วดมงเลยถึงแล้วหรือนี่ฉันถามพี่สาวด้วยความเสียดายเพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยได้นั่งเครื่องบินเลย
…………เมื่อ ก้าว เท้าเข้าสู่บริเวณบ้านความดี ฉันต้องตาลุกวาววว แทบไม่น่าเชื่อฉันตกตะลึงกับสิ่งที่เห็นเป็นอย่างมาก แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
ไม่ใช่แน่ๆฉันคงฝันไป……โปรดติดตามเรื่องราวตอนต่อไปในบ้านความดี

ที่มา:  เรื่องราวจากทูตความดีเมื่อสัมมนา  การเป็นนักเขียนที่ดี     ณ  โรงพยาบาลมิชชั่น จังหวัดสระบุรี ปี 2555

 

 

Share and Enjoy:
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Twitter
  • Print

You must be logged in to post a comment.