4

เขียนให้เจ้านายอ่าน

เจ้า – นาย

การทำตัวให้มีคุณค่าในสายตาของเจ้านาย ต้องพิจารณาในประเด็นสำคัญ ๆ ดังนี้

1. เจ้านาย ก็คือ ปุถุชนคนหนึ่งเหมือนกัน

     ยังมีโลภ-โกรธ-หลง ยังมีโลกธรรมที่ครอบงำอยู่ คื มีลาภ -ไม่มีลาภ -มียศ – ไม่มียศ – นินทา – สรรเสริญ – สุข – ทุกข์ ปุถุชนต้องมีอินทรีย์ 6 คือ ตา -จมูก-หู-ลิ้น -กาย-ใจ จึงมีอารมณ์ที่เกิดจาก รูป -เสียง-กลิ่น- รส-โผฎฐัพพะ ดังนั้นเจ้านายจึงมีโอกาสทำงานติดขัดและหัวเสียบ้าง หรือผิดพลาดได้บ้าง

2. ต้องเป็นคนที่เจ้านายมีความเชื่อถือและไว้วางใจได้

     ทำไงล่ะ ต้องสร้างความเชื่อมั่น แสดงผลงานให้เจ้านายมีความเชื่อถือ โดยทำงานตรงเวลา และเสร็จตามเป้าหมายโดยไม่ต้องมีการติดตามตักเตือน เมื่อมีงานเร่งด่วนก็ต้องทำด้วยความเต็มใจ และผลงานมีคุณภาพ ถ้าเจ้านายเห็นว่าพึ่งเราได้ เจ้านายก็จะพึ่งเรา และมีความเชื่อถือและไว้วางใจ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี

3. ทำงานด้วยความกระตือรือร้น

     เราต้องมีความเข้าใจในองค์กร ในเรื่องของปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ นโยบาข เป้าหมาย แผนกลยุทธ์  รวมทั้งนโยบาย เป้าหมายและแผนการปฎิบัติงานของเจ้านายเป็นอย่างดีด้วย ความยากลำบากอย่างหนึ่งของเจ้านายก็คือความสามารถสอน หรือคอยกระตุ้นลูกน้องที่ซังกะตายให้มีความขยันในการทำงานได้ ลูกน้องที่มีความกระตือรือร้น ขยัน จึงมีคุณค่ามากสำหรับเจ้านาย ลูกน้องต้องทำงานที่ได้รับมอบหมายจากเจ้านายด้วยความสนุกสนาน ชื่นชมยินดีกับผลงานที่ทำ อาจจะต้องมาเช้าหรือกลับค่ำ หรือทำงานนอกเวลาบ้าง โดยไม่ต้องสงสัยหรือเคลือบแคลงใจว่าทำไมเจ้านายไม่เห็นคุณค่าในผลงาน

4. ต้องศึกษาเรียนรู้มาตรฐานการทำงานของเจ้านาย

     ต้องรู้จักสังเกตจดบันทึก ปฎิกิริยาการะบวนการทำงานของเจ้านายที่มีต่อการทำงานแบบต่าง ๆ ของเราไว้ ต้องพยายามเรียนรู้ และจดจำสิ่งสำคัญ ๆ ที่เจ้านายเคยติติง ตักเตือน ติดตามไว้และต้องแก้ไขปรับปรุงการทำงานมิให้เกิดผิดซำ้ำ ๆ อีกเป็นอันขาด และต้องหลีกเลี่ยงสิ่งที่เจ้านายไม่ชอบให้มากที่สุด

5. หมั่นบอกเล่ารายงานการทำงานให้เจ้านายทราบ

     โดยเฉพาะงานที่มีกำหนดระยะเวลา งานเร่งด่วน ต้องแจ้งผลการทำงานหรือรายงานความก้าวหน้าให้เจ้านายทราบเสมอ อาจจะแจ้งด้วยวาจา แต่ถ้าเป็นเรื่องสำคัญต้องรายงานเป็นลายลักษณ์อักษร

6. อย่ารบกวนเวลาของเจ้านาย

     ไม่ควรเข้าไปคุย เล่าเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง ทั้งในเวลาและนอกเวลาทำงาน ปัญหาเล็กน้อยที่เกิดขึ้นเสมอ ๆ เราทุกคนรู้คำตอบอยู่แล้ว เราเพียงแสดงให้เจ้านายทราบว่าเราแก้ปัญหาไปแล้วอย่างไรบ้าง แล้วถ้าเจ้านายอยากจะรู้เรื่องทำนองนี้ เจ้านายเขาจะเป็นคนเริ่มเรื่องพวกนี้เอง เราไม่ควรไปสร้างปัญหาเพิ่มอีก

7. รู้จักรับคำตำหนิและการวิพากษ์วิจารณ์บ้าง

     เราต้องเข้าใจนะว่าเจ้านายมีหน้าที่รับผิดชอบที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ การให้คำแนะนำและแก้ไขข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นในองค์กรให้ดีขึ้น ถ้าเจ้านายไม่สามารถทำหน้าที่ของเขาได้ เราลองคิดดูก็แล้วกันว่าองค์กรจะเป็นอย่างไร ต้องยอมรับคำตำหนิหรือคำแนะนำจากเจ้านายและเพื่อนร่วมงาน เพื่อนำไปพัฒนา สร้างสรรค์งานที่รับผิดชอบให้มีประสิทธิภาพ แต่การไม่ยอมรับคำตำหนิ ข้อผิดพลาดหรือข้อแนะนำแล้ว เจ้านายย่อมอึดอัดไม่สบายใจ และจะไม่ชอบทำงานร่วมด้วย มีข้อคิดที่ว่า″คนหูเบาเจ้าอารมณ์ไม่ว่าจะชาญฉลาดปราชญ์เปรื่องสักเพียงใดก็ตาม คนทุกระดับไม่อยากร่วมทำงานด้วย”

8. อย่าทำตัวแข่งกับเจ้านาย

    ” สิงห์ขี้คุย – เซีึยนวาจา″ สร้างความปั่นป่วน ใส่ร้ายป้ายสี กลั่นแกล้งให้แก่เพื่อนร่วมงาน ดูถูกความสามารถ ทำงานได้ดีกว่าเจ้านาย มีความรู้ในเรื่องต่าง ๆ ดีกว่าเจ้านาย  ใช้วิธีการฟ้องโพนทะนาให้ทุกคนทราบว่าทำงานดีกว่าเพื่อนร่วมงานและเจ้านาย ลองคิดดูว่า ทุกคนแม้กระทั่งเจ้านายมีความอดทน มีขีดจำกัด ถึงที่สุดคนที่สูญเสียคงไม่พ้นผู้กระทำ

9.  อย่าเล่นการเมืองในที่ทำงาน

     เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หยุม ๆ หยิม ๆ ที่เกิดขึ้นในที่ทำงานอาจทำลายขวัญของหมู่คณะได้เร็ว ยิ่งการนินทาว่าร้ายของคนบางคนด้วยแล้ว ยิ่งน่ารังเกียจที่สุด ดังนั้นเราความรับผิดชอบในงานของเรา ไม่ควรตั้งพรรค ตั้งพวก หรือสนับสนุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ควรพยายามหลีกเลี่ยง

     สรุป เราต้องมั่นใจว่า ไม่มีวันที่จะได้พบกับเจ้านายที่สมบูรณ์แบบที่สุดใหโลก เช่นเดียวกับเราก็ไม่ใช่ผู้ร่วมงานที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลกเหมือนกัน แต่ว่าเราต้องสามารถปรับตัวได้

 ส่วนหนึ่งมาจากหนังสือ เขียนให้เจ้านายอ่าน

Share and Enjoy:
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Twitter
  • Print
  1. จอย พูดว่า:

    ขอบคุณสำหรับคำแนะนำคะ จะนำกลับไปปรับใช้ในการทำงานค่ะ…

  2. nooninon พูดว่า:

    ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะ

You must be logged in to post a comment.