2

บทความแนวคิดการออกแบบพื้นที่เพื่อการสร้างสภาพแวดล้อมและการใช้ประโยชน์พื้นที่อย่างคุ้มค่า โดยคุณค่าที่แท้จริง

เกณฑ์และแนวทางการออกแบบเมืองเขียว เหมาะสำหรับผู้บริหารเมือง นักผังเมือง และสถาปนิก กฎบัตรนี้ได้ลบล้างความเชื่อเดิมๆ ที่ว่า เมืองไม่สามารถปรับปรุงฟื้นฟูให้ดีขึ้นได้และเขียวได้

บทความวันนี้ เป็นตอนที่ 2 ซึ่งต่อจากตอนแรก ตามลิ้งก์

http://www.oknation.net/blog/smartgrowth/2012/12/11/entry-1

 

(ความเดินตอนที่แล้ว) บทความ Vancouver Ecodensity Charter ยุทธศาสตร์เมืองสู่ความยั่งยืนของนครแวนคูเวอร์ ตอนที่ 1 ตามลิ้งก์ http://www.oknation.net/blog/smartgrowth/2012/12/11/entry-1

 

บทความดังกล่าวนี้เป็นบทความของ นักวิชาการผังเมือง อ.ฐาปนา บุณยประวิตร บน Facebook http://www.facebook.com/SmartGrowthThailand ที่เขียนเกี่ยวกับเรื่อง การวางผังเมืองพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนตามแนวทางการเติบโตอย่างชาญฉลาด (Smart Growth) และในเว็บไซต์ของอาจารย์ http://asiamuseum.co.th/

เข้าสู่บทความ ตอน 2 กันเลยครับ

บทความ Vancouver Ecodensity Charter ยุทธศาสตร์เมืองสู่ความยั่งยืนของนครแวนคูเวอร์ ตอนที่ 2

 

กฎบัตรความหนาแน่นนิเวศเมือง

คณะผู้ยกร่างได้แบ่งรายละเอียดกฎบัตรออกเป็น 2 ส่วน โดย

ส่วนที่ 1 ได้กล่าวถึง บทนำ ข้อเท็จจริง และความเชื่อ ซึ่งสรุปให้เห็นสภาพปัญหาสภาวะแวดล้อมและสภาพทางนิเวศน์ ที่กำลังเกิดขึ้นในโลกรวมทั้งนครแวนคูเวอร์ในช่วงเวลานั้น  พร้อมได้แสดงวิสัยทัศน์เมืองที่จะใช้กฎบัตรในการหยุดยั้งสภาพปัญหาดังกล่าว 

ส่วนที่ 2  กล่าวถึงข้อตกลงร่วมระหว่างคณะผู้บริหาร  หน่วยงาน  ผู้ประกอบการ และองค์กรประชาชนทุกภาคส่วนในการมีส่วนร่วมเพื่อหยุดยั้งปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหาสภาวะแวดล้อม และร่วมกันยกระดับการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดความคุ้มค่าก่อให้เกิดผลประโยชน์ทางสังคมและเศรษฐกิจทั้งในระดับมหภาคและจุลภาค

 

 

ภาพแสดงกลุ่มอาคารแนวตั้งที่เพิ่มขึ้นภายใต้การกฎบัตร

ที่มา: http://www.dac.dk/en/dac-cities/sustainable-cities-2/historic-milestones/2008–vancouver-ecodensity-charter-green-liveable-cities/?bbredirect=true

 

กฎบัตรส่วนที่ 1

ข้อตกลงร่วมในช่วงที่ผ่านมา

     วิสัยทัศน์นครแวนคูเวอร์  “สร้างสรรค์ชุมชนเมืองที่ยิ่งใหญ่พร้อมการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมและประชาชน  สร้างโอกาสสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับที่อยู่อาศัย  ที่ทำงาน และแหล่งนันทนาการ”

      ผังแม่บทการพัฒนานครแวนคูเวอร์ “การเติบโตทั่วทั้งภาคของแคนาดาได้สร้างความกดดันอย่างยิ่งต่อสภาพแวดล้อมของเรา ดังนั้นนครแวนคูเวอร์จึงให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกในการปกป้องสิ่งแวดล้อม  สำหรับครัวเรือนผู้มีรายได้ปานกลางและต่ำ  ทำอย่างไรที่จะทำให้พวกเขาสามารถอยู่ในแวนคูเวอร์ได้อย่างมีคุณภาพชีวิต  ทำอย่างไรจึงจะสร้างโอกาสให้ประชาชนทุกระดับชั้นและอายุให้สามารถอยู่อาศัยในย่านที่ดีอย่างมีความสุข”

            แผนปฏิบัติการโลกร้อน “แวนคูเวอร์ให้ความสำคัญสูงสุดในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากอาคารพักอาศัยและระบบคมนาคมและขนส่ง ดังจะเห็นได้จากการนำแนวทางการเติบโตอย่างชาญฉลาดในการวางผังใช้ประโยชน์ที่ดินให้เกิดความหนาแน่นระดับสูง และการใช้ประโยชน์ที่ดินแบบผสมผสาน หรือแม้แต่การวางผังเพื่อสร้างชุมชนแห่งการเดินก็ตาม”

            กฎบัตรความหนาแน่นนิเวศเมือง  “ต่อจากนี้จะเป็นความท้าทายอย่างยิ่งในการปฏิบัติตามแผนเชิงรุกเพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืน มีโอกาสและน่าอยู่ให้กับแวนคูเวอร์  เราจะต้องเปลี่ยนแปลงวิธีปฏิบัติในทุกระดับตั้งแต่ภาค เมือง ย่าน ชุมชน ครัวเรือน และทุกปัจเจกชน  การเปลี่ยนแปลงจะเริ่มต้นทันทีและรวดเร็วเพื่อให้บรรลุผลดังที่ระบุไว้ในกฎบัตร  นี่คือเอกสารที่เป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการของนครแวนคูเวอร์  เป็นกฏบัตรที่ตกลงร่วมกันระหว่างนครแวนคูเวอร์กับประชาชนในการสร้างปัจจุบันและอนาคต”

 

 

ภาพแนวคิดอาคารเขียวและการจำลองสภาพแวดล้อมตามแนวทางของกฎบัตร

ที่มา : http://www.bustler.net/index.php/article/winning_entries_of_formshift_vancouver_announced/

 

ข้อเท็จจริง

            นครแวนคูเวอร์ได้สรุป 10  ข้อเท็จจริงเพื่ออธิบายเหตุผลและความจำเป็นในการยกร่างข้อตกลงร่วม  สาระสำคัญสรุปได้ดังนี้

1.  นครแวนคูเวอร์เป็นเมืองน่าอยู่ที่สุดเมืองหนึ่งของโลก  ความน่าอยู่และงดงามของเมืองเกิดจากระบบการวางผังที่ยึดมั่นและเคารพต่อสภาพความงดงามของสภาวะแวดล้อมทางธรรมชาติ  การใช้องค์ความรู้ในระดับสูงในการออกแบบเมืองซึ่งได้สร้างให้แวนคูเวอร์มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการบริการประชาชน

2.  ทุกก้าวย่างในการปฏิบัติงานตามแผนการพัฒนาเมือง  การสร้างวิสัยทัศน์ชุมชน  และการเพิ่มขึ้นของความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการตัดสินใจ  แวนคูเวอร์ได้ยึดมั่นเกณฑ์สำคัญจากการเติบโตอย่างชาญฉลาด เช่น การสร้างย่านที่น่าอยู่ภายใต้ความหลากหลายของผู้คนและเชื้อชาติ  การสร้างชุมขนให้กระชับ  การผสมผสานกิจกรรมการใช้ประโยชน์ที่ดิน  การสร้างให้เป็นชุมชนแห่งการเดิน  ซึ่งแวนคูเวอร์เชื่อมั่นในแนวทางและก้าวย่างที่ผ่านมาและจะยึดมั่นในแนวทางนี้ต่อไป

3.  แวนคูเวอร์ในอนาคตมีความเสี่ยงทั้งจากสภาวะการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก  ความกดดันด้านสภาวะแวดล้อม  การลดลงของทรัพยากร  ความท้าทายด้านความปลอดภัยทางอาหาร  และการเพิ่มขึ้นของต้นทุนค่าครองชีพที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ  โอกาสการมีชีวิตที่ดีขึ้น และความยั่งยืนในระยะยาว

4.  สภาแห่งนครแวนคูเวอร์ได้กำหนดเป้าหมายไว้มากมายสำหรับการจัดการลดผลกระทบจากสภาวะโลกร้อน (เช่น  การลดลงของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHGs) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 6  ในปี ค.ศ. 1990  ร้อยละ 33 ในปี ค.ศ.2012  และร้อยละ 80 ในปี ค.ศ. 2050)  และสร้างระบบจัดการเชิงลึกต่อปัญหาการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยการรับฟังความคิดเห็นจากทุกแหล่งข้อมูลตลอดจนติดตามประเมินผลทุกความก้าวหน้าจากการปฏิบัติงาน

5.  ประชากรในระดับภาคเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งถ้าเป็นจริงตามนั้น  การพัฒนาที่อยู่อาศัยภายในพื้นที่เขตเมืองจะไม่เพียงพอ  ราคาที่อยู่อาศัยจะสูงขึ้นซึ่งจะเป็นแรงผลักดันให้ประชากรต้องย้ายออกไปยังย่านชานเมือง  และเป็นปัจจัยให้เกิดการกระจัดกระจายของเมืองที่เป็นต้นเหตุของการทำลายพื้นที่การเกษตรและพื้นที่อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

6.  ย่านพาณิชยกรรมใจกลางนครแวนคูเวอร์เป็นย่านพาณิชยกรรมระดับภาคที่เมืองได้สร้างขึ้นเพื่อให้เป็นแหล่งงานและที่มาของรายได้ครัวเรือนของชาวแวนคูเวอร์ ดังนั้น ในพื้นที่บริเวณดังกล่าวจะต้องมีความพร้อมด้านที่พักอาศัยให้กับประชาชนและไม่ตัดโอกาสในการมีที่พักอาศัยในย่านดังกล่าว

7.  สภาพของนิเวศเมืองและขนาดรอยเท้าทางนิเวศของนครแวนคูเวอร์ได้ชี้ให้เห็นว่าลักษณะการดำเนินชีวิตของประชาชนในปัจจุบันมีการบริโภคทรัพยากรเกินกว่าความสามารถที่มีเช่นเดียวกับปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งกำลังจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ในขณะที่อาคารซึ่งไม่ใช่อาคารเขียวยังคงมีอยู่อีกมาก

8.  รูปแบบเมืองที่เป็นอยู่ในปัจจุบันเป็นต้นเหตุก่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรที่สิ้นเปลือง  เมืองไม่มีความหนาแน่นและการผสมผสานการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเพียงพอ  ในขณะที่อาคารและการคมนาคมและขนส่งยังคงปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศมากกว่าร้อยละ 87 

9.  การวางผังและออกแบบเมืองที่ดีเท่านั้นที่จะช่วยให้เกิดการกระชับเมือง  สร้างเมืองให้มีประสิทธภาพ ยั่งยืนและมีชีวิตชีวา  เมืองที่หนาแน่นเท่านั้นที่จะช่วยลดการใช้พลังงาน  ง่ายและเกิดความสะดวกในการเข้าถึง  ประชาชนจะมีโอกาสอย่างมากในการใช้บริการศูนย์สุขภาพและบริการของรัฐ

10.  มีความจำเป็นอย่างมากที่แวนคูเวอร์จะต้องเปลี่ยนแปลงจากสภาพปัจจุบันไปสู่อนาคตด้วยความความสำเร็จ  ทั้งนี้  การเร่งรัดดังกล่าวต้องนำไปสู่การขจัดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม  โอกาสการในการเข้าถึงบริการ  และโอกาสในการมีคุณภาพชีวิตที่ดี

 

 

ภาพอธิบายผลกระทบจากสภาวะการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ

ที่มา; http://www.isover.com/Q-A/Green-facts-global-challenges/What-is-climate-change

 

เพราะนครแวนคูเวอร์มีความเชื่อว่า

ก.  สภาวะการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกเป็นตัวแทนที่สำคัญของสิ่งแวดล้อม  เศรษฐกิจ  สังคม ความน่าอยู่  และคุณภาพชีวิตประชาชนซึ่งจะเป็นอุปสรรคสำหรับอนาคต  ดังนั้น  จึงจำเป็นอย่างยิ่งในการสร้างแผนปฏิบัติการเพื่อลดผลกระทบและต้องเริ่มดำเนินการตั้งแต่ในวันนี้

ข.  ก้าวย่างในความเคลื่อนไหวพื่อคงสภาพภูมิอากาศและความสำเร็จต้องได้มาด้วยความยืดหยุ่น  การเตรียมความพร้อมซึ่งจะทำให้แวนคูเวอร์ก้าวสู่ความยั่งยืนด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมในอนาคต

ค.  ในขณะเดียวกัน  เมืองต้องมีความสามารถในการจัดการปัญหาและสร้างความน่าอยู่ด้วยการผลักดันเพื่อที่จะก้าวไปข้างหน้าด้วยความสำเร็จ และมีความยั่งยืน

ง.  แวนคูเวอร์มีความจำเป็นต้องดำเนินการให้มากทั้งวันนี้และอนาคตเพื่อเป็นแบบจำลองให้กับเมืองอื่นๆ ในทวีปอเมริกาเหนือที่จะต้องเติบโตไปพร้อมกันบนโลกใบนี้

จ.  เราสามารถสร้างโอกาสในการจัดการความเปลี่ยนแปลงด้วยการเลือกออกแบบอนาคตของเราเพื่อเผชิญกับทุกอุปสรรค  สร้างระบบนิเวศเมืองที่ยั่งยืน สร้างความสามารถและโอกาสในการเป็นเมืองที่ยั่งยืน

 

กฎบัตรส่วนที่ 2 ความรับผิดชอบและข้อตกลงร่วม

1. ภาพรวม: ความสำคัญของสภาวะแวดล้อม

            1.1  แวนคูเวอร์ได้กำหนดประเด็นความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมเป็นความสำคัญอันดับแรกสำหรับทุกการตัดสินใจในการบริหารจัดการเมือง  เช่นเดียวกับการสนับสนุนความสามารถในการเข้าถึงบริการและความมีชีวิตที่ดีขึ้น

            1.2  ส่งเสริมการใช้กลยุทธ์และการจัดการที่ก่อให้เกิดความหนาแน่นการใช้ประโยชน์ที่ดิน  และใช้กลยุทธ์การออกแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินให้เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการตัดสินใจบริหารจัดการเมือง

 

  

ภาพแนวคิดเมืองสีเขียวตามแนวทางของกฎบัตร

ที่มา; http://projectingchange.ca/2011/05/23/talking-greenest-city-with-andrea-reimer/

 

2.  ก้าวไปสู่ความเป็นเมืองนิเวศ

            2.1  สนับสนุนความหนาแน่น การออกแบบ และการจัดการใช้ประโยชน์ที่ดินแบบองค์รวมอย่างมีแบบแผนจากทุกเครื่องมือและแนวคิดเพื่อให้ประสบผลสำเร็จร่วมกันในการธำรงไว้ซึ่งสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมด้วยกลยุทธ์ที่ยั่งยืนดังนี้

        การคมนาคมและขนส่งสีเขียว

        การจัดการพลังงานสีเขียวและของเสียด้วยระบบการจัดการสีเขียว

        ความสามารถในการซื้อหาที่อยู่อาศัยของประชาชนทุกระดับรายได้

        สวนสาธารณะ พื้นที่สาธารณะ และแหล่งนันทนาการ

        ศิลปะ วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์

        การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม

        สุขภาวะของสาธารณะและปัจเจกชน

        ความมีชีวิตชีวาและความปลอดภัยของสาธารณะ

        การเกษตรในเมืองและการเข้าถึงอาหารท้องถิ่น

        การวางแผนพัฒนาสังคม

        โอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจ

        และประเด็นอื่นๆ ที่ริเริ่มโดยเมืองและประชาชน

 

3.  รูปแบบเมืองเขียวที่หนาแน่น

            3.1  ใช้เกณฑ์การออกแบบให้เกิดรูปแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินเชิงนิเวศ  และการเลือกทำเลที่ตั้งซึ่งสามารถลดรอยเท้าทางนิเวศ เช่น  การกำหนดพื้นที่พัฒนาตามเส้นทางรถขนส่งมวลชน  การส่งเสริมให้เกิดย่านการค้า สถานที่ทำงาน และศูนย์บริการแห่งการเดิน (walkable shopping, employment and amenity areas)  และนำไปสู่ความสำเร็จในการสร้างรูปทรงเมืองที่หนาแน่น

            3.2  ส่งเสริมการออกแบบปรับปรุงฟื้นฟูให้เกิดรูปทรงอาคารและกลุ่มอาคารที่มีความสง่างามเสริมทัศนียภาพในการมองเห็นบนทำเลที่ตั้งที่มีความเหมาะสม  ออกแบบและสร้างพื้นที่ให้เป็นย่านที่มีเอกลักษณ์และมีจิตวิญญานของตัวเอง

            3.3  ใช้ระบบการจัดการพื้นที่เพื่อให้เกิดความหนาแน่นและกิจกรรมทางกายภาพที่ช่วยให้เกิดความกระชับในเนื้อเมือง  กิจกรรมทางกายภาพได้แก่  การผลักดันให้เกิดความเป็นชุมชนที่สมบูรณ์ซึ่งมีองค์ประกอบของความเป็นชุมชนแห่งการเดิน  ชุมชนที่ใช้จักรยาน และชุมชนที่ใช้ระบบขนส่งมวลชนในการเชื่อมต่อระหว่างย่าน  ในขณะเดียวกันให้สร้างกลยุทธ์ลดการครอบครองรถยนต์พร้อมการจัดการทางกายภาพที่ช่วยลดความจำเป็นในการเดินทาง

            3.4  ปกป้องและส่งเสริมพื้นที่ที่มีความมั่งคั่งให้เป็นแหล่งงานที่หลากหลายของชุมชน  ได้แก่ ย่านการค้าหรือย่านเศรษฐกิจชุมชน  สร้างความสมดุลระหว่างย่านอุตสาหกรรมกับย่านที่พักอาศัย  สร้างกายภาพให้เกิดความสะดวกในการเข้าถึงพื้นที่แหล่งงานและย่านเศรษฐกิจ  สนับสนุนให้เกิดที่พักอาศัยแนวตั้งผสมผสานกับย่านพาณิยกรรม  รวมทั้งหน่วยการบริการของชุมชน

 

 

ภาพการกระจายกลยุทธ์การจัดการเมืองเขียวของนครแวนคูเวอร์

ที่มา: http://salmonarm.wordpress.com/2009/09/

 

4.  สร้างรูปแบบอาคารพักอาศัยให้มีทางเลือกที่หลากหลาย

            4.1  ใช้กลยุทธ์การออกแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินที่หนาแน่นในการส่งเสริมความสามารถการซื้อหาที่อยู่อาศัยของประชาชน  ซึ่งในขั้นตอนนี้หน่วยงานต่างๆ และผู้ประกอบการต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดกลยุทธ์และออกข้อกำหนดเพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน  ประกอบด้วย

        เพิ่มความเข้มข้นในการสนับสนุนให้มีโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยราคาระดับปานกลาง

        เครื่องชี้ความสำเร็จของการมีทางเลือกอาคารพักอาศัยที่หลากหลาย (ขนาด, รูปแบบ, การตกแต่ง และทำเลที่ตั้ง) ได้แก่ ทั่วทั้งย่านได้กลายเป็นที่อยู่อาศัยของคนวัยทำงาน เด็ก คนชรา นักเรียน และการรวมเอากลุ่มประชาชนที่มีระดับรายได้ทั้งสูงกลางและต่ำเข้าไว้ด้วยกัน

        ส่งเสริมให้เกิดอาคารให้เช่ามากขึ้น

        การใช้ทำเลที่ตั้งเพื่อลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันโดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

            4.2  ใช้แผนกลยุทธ์การส่งเสริมความหนาแน่นในการสร้างมูลค่าและคุณค่าให้กับอาคารที่พักอาศัยที่รอการขายด้วยการเปลี่ยนแปลงเป็นอาคารให้เช่าพร้อมกับการปรับปรุงระบบการเข้าถึงให้เกิดความสะดวกมากยิ่งขึ้น

5.  การออกแบบสีเขียวกับการสร้างจิตวิญญาณสถานที่

            5.1  ออกแบบบนพื้นฐานความหนาแน่นของพื้นที่ด้วยเทคนิคสถาปัตยกรรมเพื่อสร้างชุมชนที่งดงาม น่าอยู่  และเป็นไปตามหลักนิเวศเมือง  ตอบสนองต่อทุกความต้องการของประชาชนและยกระดับความหนาแน่นในการใช้ที่ดิน

            5.2  ออกแบบเพื่อเพิ่มความหนาแน่นลงบนพื้นที่ด้วยการเคารพต่อรากฐานดั้งเดิม  คุณค่าของชุมขนที่มีอยู่  บริบท ลักษณะ และอัตลักษณ์ในทุกเนื้อในของพื้นที่

            5.3  รวมการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมเข้าไว้ด้วยกันกรณีต้องทำการปรับปรุงฟื้นฟูแบบเบ็ดเสร็จ (Infill Development) เช่น การคงสภาพของโครงสร้างพื้นฐานและวัสดุเดิม  แต่เพิ่มความหนาแน่น ประสิทธิภาพ และความยั่งยืนที่ได้จากเทคโนโลยีและการออกแบบ

            5.4  ออกแบบสถานที่และอาคารตามสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศทิศทางลม แสงแดด และการระบายน้ำตามธรรมชาติ

            5.5  ออกแบบด้วยการเสริมสร้างประสิทธิภาพให้กับระบบทางธรรมชาติที่มีอยู่เดิม  ทั้งการเชื่อมต่อโครงข่ายทางธรรมชาติที่ขาดหายไปให้กลับมามีความสมบูรณ์ดังเดิม  คำนึงถึงแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สร้างปัญหาให้กับธรรมชาติ

            5.6  ประยุกต์วิธีปฎิบัติที่ดีจากกระบวนการทางธรรมชาติสู่การออกแบบพื้นที่สาธารณะและการออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน  ที่ก่อให้เกิดความยั่งยืน  งดงาม ปลอดภัย และเข้าถึงได้ง่าย  รวมทั้งใช้โอกาสการเอื้ออำนวยจากธรรมชาติในการสร้างแหล่งอาหารและแหล่งพลังงานสะอาดสำหรับชุมชน

            5.7  การออกแบบเมืองและย่านต้องอยู่ภายใต้รูปแบบการส่งเสริมอาหารท้องถิ่น  ความสะดวกในการเข้าถึงอาหารท้องถิ่น การลดของเสียและการนำกลับมาใช้ใหม่

6.  ระบบสนับสนุนเมืองสีเขียว

            6.1  ให้แน่ใจว่าสวนสาธารณะ ที่โล่ง  สถานที่สาธารณะ และเหล่าบรรดาหน่วยบริการ  รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่มีศักยภาพเพียงพอในการรองรับการเติบโตของนครแวนคูเวอร์  ทั้งนี้  เมื่อเทียบจากการขยายตัวของประชากรในช่วงเวลาต่างๆ

            6.2  ความก้าวหน้าและความสำเร็จด้านพลังงานที่ยั่งยืนของย่านได้จัดเตรียมไว้อย่างเพียงพอครอบคลุมปริมาณการใช้ในพื้นที่หนาแน่นสูงแล้วหรือไม่

7.  เสียงและความรับผิดชอบของประชาชน

            7.1  ข้อตกลงนี้จะประสบผลสำเร็จในการสร้างวิธีคิดใหม่ให้กับสังคมก็ต่อเมื่อมีการให้คำปรึกษาแนะนำ  การให้การศึกษาทั้งในทางตรงและทางอ้อมแก่ประชาชน  ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมและหาข้อสรุปร่วมกันถึงความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนเพื่ออนาคต

            7.2  ข้อตกลงนี้สร้างขึ้นภายใต้ความสมดุลจากความต้องการของผู้บริหารเมืองกับประชาชนในฐานะที่เป็นเจ้าของพื้นที่

            7.3  แวนคูเวอร์เคารพคุณค่า  เสียง  ความต้องการ  และความคาดหวังของประชาชน

            7.4  กฎบัตรนี้เป็นความท้าทายอย่างยิ่งที่ทุกภาคส่วนที่ต้องยืนยันถึงแนวทางในการนำเมืองไปสู่อนาคต  เป็นเมืองนิเวศที่สร้างขึ้นโดยประชาชนจากทุกย่านของแวนคูเวอร์

8.  การนำกฎบัตรลงสู่การตกลงร่วม

            8.1  เราจะพิจารณากฎบัตรนี้ภายใต้การเคารพการตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงเมืองและสร้างสรรค์สิ่งใหม่

            8.2  เราจะนำข้อตกลงที่ได้จากความร่วมมือในครั้งนี้ไปสู่การปฎิบัติในแผนพัฒนาของแวนคูเวอร์  แผนปฎิบัติการลดโลกร้อนทั้งวิสัยทัศน์ของย่าน  หรือนโยบายจากแต่ละพื้นที่

            8.3  กฎระเบียบ นโยบาย แนวทางปฎิบัติใดๆ ที่ขัดแย้งกับกฎบัตรนี้  เมืองมีหน้าที่ในการปรับปรุงกฎระเบียบเหล่านั้นให้เกิดความสอดคล้องและเป็นไปแนวทางเดียวกับกฎบัตร

            8.4  เราจะผลักดันทุกการสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมสาธารณะสำหรับการเรียนรู้  การพิจารณาความเสี่ยง  และทดลองที่จะเปรียบเทียบให้เห็นระหว่างวิธีปฎิบัติดั้งเดิมกับแนวทางของกฎบัตร  เราจะควบคุมและยกระดับการเรียนรู้  เราจะศึกษาและเรียนรู้จากวิธีปฎิบัติจากทั่วทั้งโลก  ทั้งนี้เพื่อทำให้เกิดความสำเร็จจากการตกลงตามกฎบัตรนี้

 

 

พื้นที่การเกษตรที่ได้รับการสงวนรักษาไว้ตามแนวทางของกฎบัตร

ที่มา: http://archive.citycaucus.com/2011/06/210k-in-green-grants-being-doled-out-at-vancouver-city-hall-next-week

 

วิธีปฎิบัติที่ดีของกฎบัตร

 ปรากฎการณ์ของกฎบัตรความหนาแน่นนิเวศเมืองแวนคูเวอร์ได้แสดงให้เห็นความก้าวหน้าการวางแผนยุทธศาสตร์เมืองในทศวรรษนี้อย่างชัดแจ้ง  สรุปได้ดังนี้

1.  การเพิ่มขั้นตอนการจัดทำข้อตกลงร่วมระหว่างเมืองกับประชาชนในรูปของกฎบัตรก่อนลงมือสร้างผังและแผนแม่บทการพัฒนาเมือง

2.  ยุทธศาสตร์เมืองของนครแวนคูเวอร์ตามรายละเอียดในกฎบัตรได้ระบุวิธีปฎิบัติที่ดีในการนำเอาปัญหาสภาพแวดล้อมโลกเป็นปัจจัยหลักสำหรับการพิจารณาในประเด็นต่างๆ ซึ่งทำให้เห็นว่า  หากกระบวนการตัดสินใจเริ่มต้นจากการคำนึงถึงสภาพแวดล้อมก่อนแล้ว  ปัญหาโลกร้อนและปัญหาสิ่งแวดล้อมที่โลกกำลังประสบคงจะไม่หนักหนาดังเช่นในปัจจุบัน

3.  กฎบัตรแวนคูเวอร์ได้นำเกณฑ์จากการเติบโตอย่างชาญฉลาดไปประยุกต์ใช้ตั้งแต่การวิเคราะห์ปัญหา  การสร้างกรอบยุทธศาสตร์และการสร้างแนวทางการออกแบบซึ่งถือว่าเป็นการบูรณาการเกณฑ์จากแนวคิดการพัฒนาเมืองครั้งยิ่งใหญ่ของโลก  โดยใช้เป้าหมายการสร้างความหนาแน่นซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับการลดรอยเท้าทางนิเวศเป็นธงนำในการกำหนดแนวทาง 

4.  กฎบัตรความหนาแน่นนิเวศเมืองแวนคูเวอร์ได้รับการนำลงสู่การปฎิบัติภายใต้ชื่อของแผนปฎิบัติการแวนคูเวอร์เมืองเขียว (Vancouver Greenest City) ซึ่งเริ่มแผนไปแล้วในปี ค.ศ.2009  และได้ประเมินแผนครั้งที่สองในปีนี้ (ค.ศ.2012) นับว่าแวนคูเวอร์เป็นอีกเมืองที่ยึดมั่นในแนวทางตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเมืองที่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการไว้

 

สำหรับผู้อ่านที่สนใจศึกษากระบวนการนำกฎบัตรลงสู่การปฎิบัติหรือ Vancouver Greenest City ขอให้รออ่านจากบทความในเดือนมกราคม พ.ศ. 2556 ในแฟนเพจ Smart Growth Thailand หรือในบล๊อกโอเคเนชั่น “Smart Growth Asia” หรือในเว็บไซด์ http://www.asiamuseum.co.th/ และเว็บไซด์ http://www.smartgrowththailand.com/

Share and Enjoy:
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Twitter
  • Print
  1. nooninon พูดว่า:

    อยากให้มมส.มีการทำรูปแบบครบวงจรแบบนี้จัง แต่เชื่อว่ามมส.ของเราน่าจะสามารถทำได้เหมือนกัน

    • surana พูดว่า:

      เป็นแนวคิดที่ดีคะเพราะทุกวันนี้กระแสการพัฒนา ให้ความสำคัญกับการหาแนวทางเพื่อความยั่งยืนที่แท้จริง โดยให้ความสำคัญกับเรื่องของสภาพแวดล้อม การลดพลังงาน ซึ่งการวางผังเป้นกระบวนการหนึ่งที่เข้ามาจัดการเพื่อนนำไปสู่การออกแบบที่ตอบสนองความต้องการ ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมคะ

You must be logged in to post a comment.