6

เวลากับงาน หรือ งานกับเวลา

“ทฤษฎีวัตถุในถัง” ของขงเบ้ง  ได้กล่าวถึง เวลากับการทำงานไว้ โดยเนื้อหาและรูปภาพที่นำมาลงนี้มาจากเรื่อง “เทคนิคการบริหารเวลาของขงเบ้ง”�
ซึ่งเห็นว่ามีประโยชน์กับผู้ปฏิบัติงาน และการบริหารเวลาของคน  ได้เป็นอย่างดี จึงขออนุญาตนำมาเผยแพร่และถ่ายทอดต่อ  ดังนี้

 

เมื่อขงเบ้ง สอนเล่าปี่เกี่ยวกับเทคนิคการบริหารเวลา

ทุกวันทุกคนบนโลกใบนี้มีเวลาเท่าเทียมกันคือ 24 ชม.  อย่างไรก็ดี มองจากแง่มุมของเศรษฐศาสตร์เวลาของทุกคนมีคุณค่าไม่เท่ากัน การบริหารเวลาของแต่ละคนจึงหมายถึงความแตกต่างระหว่างความสำเร็จกับความพ่ายแพ้  ค่าของเวลาเกี่ยวข้องกับสมรรถภาพ ซึ่งในแง่ธุรกิจคือต้นทุน  ฉะนั้นสถาบันศึกษาทุกแห่งที่สอนวิชาการบริหารธุรกิจจึงมีหลักสูตรเกี่ยวกับการบริหารเวลา

ครั้งหนึ่ง เล่าปี่ ขอขงเบ้งให้แนะนำวิธีสร้างตนเป็นอภิมหาเศรษฐีแห่งดินแดน
ขงเบ้ง ว่างานใหญ่เช่นนี้ต้องวางแผนและรู้จักบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ
เล่าปี่ กล่าวว่า ‘ข้าฯเห็นด้วยในหลักการแต่ทว่าข้าฯมีงานมากมายที่ต้องทำทุกวัน 
จนเวียนเกล้าเวียนศีรษะไม่เคยมีเวลาพอที่จะจัดการกับทุกสิ่งทุกอย่างได้เลย’ 
ขงเบ้ง บอกให้ลูกน้องไปเตรียมก้อนหิน ก้อนกรวด ก้อนทราย
และน้ำจำนวนหนึ่ง พร้อมถังเหล็กใหญ่หนึ่งใบ
เล่าปี่ถามด้วยความแปลกใจ‘ท่านเตรียมสิ่งเหล่านี้ไว้เพื่ออะไร?’
ขงเบ้งยิ้มอย่างมีเลศนัย พร้อมกับตอบด้วยคำถามว่า ‘ท่านบริหารเวลาด้วยวิธีใด?’

เล่าปี่ตอบว่า ‘ข้าฯเคยคิดว่า ข้าฯมีเทคนิคที่ดีอยู่แล้ว คือใช้วิธีมอบหมาย   ข้าฯมีผู้ช่วยอยู่รอบด้านตั้งแต่กวนอู เตียวหุย เจ้าหยุน ฯลฯ ซึ่งช่วยแบ่งเบาภาระหน้าที่ด้านต่างๆ แต่งานทั้งหลายก็ยังพันกันอีรุงตุงนังไม่สามารถปรับให้ประสิทธิภาพและประสิทธิผลดีขึ้นได้ เดิมข้าฯคิดว่าคือแมลงวันไม่มีหัวอยู่ตัวเดียว  แต่หลังการใช้ระบบมอบหมายงาน กลับกลายเป็นว่าปัจจุบันบริษัทมีแมลงวันหัวขาดเป็นฝูง!!’

ขงเบ้งฟังแล้วจึงเริ่มอธิบายว่า ‘เทคนิคการบริหารเวลาสามารถแบ่งเป็นสามขั้น สูง กลาง และต่ำ

ขั้นต่ำ เน้นการใช้เศษกระดาษบันทึก

ขั้นกลาง ใช้ตารางและโปรแกรมประจำวันซึ่งสะท้อนความสำคัญของการวางแผน

ส่วนขั้นสูง เน้นการจัดการโดยแบ่งแยกประเภทของหน้าที่การงานตามดีกรี ควรเน้นการใช้แผนดำเนินงานตามความสำคัญของงานเพื่อพิจารณาลำดับความเร่งด่วนในการจัดการงานดังกล่าว   ทั้งสามขั้นอันดับต่างมีเรื่องการมอบหมายงานเกี่ยวข้องอยู่ด้วยตามความต้องการของปริมาณและลักษณะเฉพาะของงานแต่ละชิ้น’

เล่าปี่สารภาพว่า   ‘หากพิจารณาตามการแบ่งขั้นของเทคนิคการบริหารเวลาแล้ว ข้าฯยอมรับว่าวิธีของข้าฯอยู่ที่ขั้นต่ำ เพราะใช้แค่การส่งใบ slip บันทึก’
ขงเบ้งชี้ไปที่ถังเหล็กกับกองวัสดุที่ผู้ช่วยได้เตรียมเสร็จไว้มุมห้องพร้อมกล่าวว่า ‘คำตอบของการบริหารขั้นสูงอยู่ในถังเหล็กใบใหญ่นี้แหละ!�
ความจุของถังนี้เปรียบเสมือนขีดความสามารถของคนๆ หนึ่งในช่วงเวลาหนึ่ง

ก้อนกรวด เปรียบได้กับงานที่สำคัญและเร่งด่วน
ก้อนหิน คือ ภาระที่สำคัญแต่ไม่เร่งด่วน
เม็ดทรายเปรียบได้กับภาระที่เร่งด่วนแต่ไม่สำคัญ
และน้ำ คือหน้าที่ที่ไม่สำคัญและไม่เร่งด่วน’

ขงเบ้ง อธิบายพรางวาดผังประกอบคำอธิบาย ดังในตารางประกอบ

 

‘ปกติท่านเน้นงานประเภทใด?’   ขงเบ้งถาม
‘ก็ต้องเป็นประเภท  ก.’   เล่าปี่ตอบอย่างไม่ลังเล
‘แล้วงานประเภท ข. ล่ะ?’   ขงเบ้งถามต่อไป
เล่าปี่ตอบว่า  ‘ข้าฯตระหนักถึงความสำคัญของงานประเภท ข. แต่ก็ไม่มีเวลาพอที่สนใจมัน’
‘เป็นอย่างนี้ใช่ไหม’   ขงเบ้งถาม พรางใส่กรวดลงไปในถังเหล็กจนเต็มแล้วพยายามใส่ก้อนหินเข้าไปซึ่งใส่ไม่ได้
เล่าปี่ตอบว่า‘ใช่!’ �
‘และหากเปลี่ยนวิธีบรรจุใหม่ล่ะ?’   ขงเบ้งถามต่อพลางใส่ก้อนหินทีละก้อนเข้าไปในถังก่อนจนใส่ไม่ได้แล้ว
จึงถามเล่าปี่อีกว่า ‘ตอนนี้ถังเหล็กเต็มแล้วจะใส่อะไรลงไปอีกไม่ได้ใช่ไหม?’
ซึ่งเล่าปี่ตอบว่า ‘ใช่’
‘จริงหรือ?’    ขงเบ้งถามแล้วหยิบก้อนกรวดใส่เข้าไปข้างบนถังแล้วเขย่าให้ก้อนกรวดตกลงไปในถังจนหมด

‘บัดนี้ถังเหล็กใบนี้ใส่อะไรลงไปอีกได้หรือไม่?’ ขงเบ้งพูดพรางเทเม็ดทรายลงไปอีกจนหมด
‘แล้วทีนี้ล่ะ? ใส่อะไรลงไปอีกได้ไหม?’   ขงเบ้งถามต่อไป
แต่ก่อนที่เล่าปี่มีโอกาสตอบ  ขงเบ้งก็ตักน้ำที่เตรียมไว้ใส่ลงไปในถังเหล็กอีกจนหมด
‘ตอนนี้ท่านเข้าใจความหมายของการทดลองนี้แล้วหรือยัง?’

เล่าปี่ตอบว่า‘เข้าใจแล้ว’
พร้อมกับถามต่อว่า ‘นี่คือสิ่งที่ท่านกล่าวถึงเมื่อสักครู่เกี่ยวกับการจัดการแบบแยกประเภท และเลือกการจัดการก่อนหลังใช่ไหม?’
งเบ้งตอบว่า ‘ใช่แล้ว การทดลองชี้ให้เห็นว่าหากถังเหล็กตั้งแต่แรกก็เติมเต็มไปด้วยก้อนกรวด ทรายและน้ำ
ก็คงไม่มีโอกาสใส่ก้อนหินลงไปได้   แต่ถ้าใส่ก้อนหินลงไปก่อนในถังยังมีเนื้อที่ที่จะใส่สิ่งอื่นๆ เข้าไปได้อีก

ดังนั้น การบริหารเวลาที่ได้ผลต้องดูว่า อะไรคือก้อนหิน อะไรคือก้อนกรวด เม็ดทราย และน้ำฯลฯ
และไม่ว่าจะเป็นประการใดก็ต้องใส่ก้อนหินลงไปในถังเป็นอันดับแรก’

เล่าปี่ยังถามว่า ‘แล้วการวิเคราะห์แยกแยะเรื่องต่างๆ ออกเป็นสี่หมวดนี้มีผลอย่างไรล่ะ?’
ขงเบ้งตอบว่า ‘บุคคลจำพวกที่ว้าวุ่นอยู่กับเรื่องราวประเภทก้อนกรวด ย่อมมีความรู้สึกถูกเวลากดดันและวนเวียนอยู่ในแดนวิกฤต
จนอ่อนล้า   พวกที่เน้นเรื่องประเภทเม็ดทรายจะขาดพลังสร้างสรรค์ ชอบฟังคำพูดเพราะหู คบคนแบบผิวเผิน
พวกที่นิยมเรื่องราวประเภทน้ำมักบกพร่องเรื่องสำนึกรับผิดชอบ แม้กระทั่งเรื่องสารทุกข์สุกดิบของตนเอง’
เล่าปี่ถามว่า  ‘เป็นไปได้ไหมที่ว่าถ้าเน้นก้อนหินมากเกินไปจะมองข้ามก้อนกรวด เพราะก้อนกรวดมากับความเร่งด่วน?’
ขงเบ้งตอบ ‘ท่านทราบไหมว่าก้อนกรวดมาจากไหน? ก็มาจากก้อนหินที่แตกสลายไง!’   และเสริมว่า
‘คนที่ให้ความสำคัญกับเรื่องประเภทก้อนหินจะมีก้อนกรวดน้อย   คนที่เน้นก้อนกรวดก็จะมีก้อนกรวดเยอะตลอด’

ขงเบ้ง สอนต่อไปว่า ‘คนที่อิงเรื่องประเภทก้อนหินเป็นคนมีประสิทธิภาพเพราะเขาจะเก่งในการวิเคราะห์สถานการณ์ เวลา
และสิ่งแวดล้อม สามารถจับประเด็นหลักของปัญหา สามารถจัดการกับเรื่องเร่งด่วน และควบคุมสถานการณ์ไม่ให้เกินกว่าเหตุ
กล้าฟันธงและใช้มาตรการป้องปราม บุคคลจำพวกนี้จะมีวิสัยทัศน์ มีอุดมการณ์ เคารพระเบียบ สามารถควบคุมตัวเอง
ดำเนินชีวิตอย่างมีวินัย และสามารถทำงานชิ้นใหญ่ได้’

เล่าปี่ชื่นชอบทฤษฎี‘วัตถุในถัง’   ของขงเบ้งเป็นอย่างมาก พร้อมกับสารภาพว่า
‘มาวันนี้ข้าฯถึงเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่า การต่อสู้ของข้าฯทำไมจึงยังลุ่มๆ ดอนๆ เพราะแม้ว่าข้าฯมีขุนพลเก่งๆ
เช่น กวนอูและเตียวหุย แต่พวกเขาจะก้าวหน้าได้อย่างไร ตราบใดที่คนที่มีประสิทธิภาพสูงอย่างพวกเขาจมปลักอยู่กับเรื่องจิ๊บจ๊อย
กับทำงานลักษณะ ‘เก็บเม็ดงาแต่ทิ้งแตงโม’   (เจี่ยนเลอจือหมาติวเลอซีกวา)
ขืนดำเนินตามวิธีนี้ต่อไป ความพยายามของข้าฯที่จะเป็นอภิมหาเศรษฐีนัมเบอร์วันในแผ่นดินก็คงเป็นได้แค่ ความฝัน!’

ที่มา http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=live-to-learn-to-live&month=17-01-2009&group=2&gblog=2
——————————————–

บทสรุป
คือ มนุษย์ทุกคน มีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน  ดังนั้น สิ่งสำคัญคือ การบริหารจัดการกับเวลาในทุกเรื่องทุกอย่างและทุกภารกิจที่ได้รับให้ได้เป็นอย่างดี
คนเราเมื่อมีเวลาเท่ากัน และคนที่ทำงานเหมือนกัน แต่สามารถทำงานได้มากกว่า ….  โจทย์นี้ ก็สามารถสะท้อนคำอธิบายได้มากกมาย
เพราะฉะนั้น เราจงเลิกอ้างว่า “ไม่มีเวลา″  ในขณะที่คนอื่นก็มีภาระที่ต้องดูแลและรับผิดชอบเหมือนกันกับเรา แต่ทำไมเขาทำได้มากกว่าและดีกว่าเรา
ในหลักของทางเศรษฐศาสตร์ จะมีคำตอบอยู่ในตัว คือ หากภายใน 1 เดือน  บริษัทมีพนักงานคนใดที่สามาถขายสินค้าได้มากสูงสุด
คนๆ นั้น ก็จะได้รับค่าตอบแทนเพิ่มตามผลงานของตัวเองที่สามารถทำได้ ภายใต้เงื่อนไขเวลาเดียวกัน 
และในหลักการวัดความสำเร็จของผลงาน ตามกรอบที่สำนักงบประมาณใช้กำหนดเพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ของส่วนราชการ ก็จะมีตัววัด 3 ส่วนหลักใหญ่ๆ คือ
1) ผลสัมฤทธิ์เชิงปริมาณ (จำนวนที่ทำได้)
2) ผลสัมฤทธิ์เชิงคุณภาพ (คุณภาพผลงานที่ออกมา)
3) ผลสัมฤทธิ์เชิงเวลา (เวลาที่ใช้ไป)

ก็ขอฝากไว้เป็นข้อคิดแค่นี้ก่อนน่ะค่ะ

Share and Enjoy:
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Twitter
  • Print
  1. phanomphon พูดว่า:

    *** เวลาที่มีค่ามากที่สุดคือเวลาที่น้อยที่สุด ***

  2. kamphanat.a พูดว่า:

    ขอบคุณมากครับ
    อย่างนี้ต้อง pdca ในเวลาที่มีอยู่ของแต่ละคน น่าจะลงตัว

  3. PreM พูดว่า:

    ขอบคุณสาระและแง่คิดดีๆ..ค่ะ..

    **เวลาที่มีค่ามากที่สุดอีกอย่างหนึ่งคือ “เวลาที่ได้ทำอะไรที่เรารักที่สุด” ค่ะ ***

  4. kraisorn พูดว่า:

    1. ชอบเรื่อง “ถังใส่หิน กรวด ทราย และน้ำ″ มากครับ สิ่งง่ายๆ ใกล้ๆ ตัว แต่สื่อความหมายได้ลึกซึ้งมาก (ยุคสมัยนั้น คิดเรื่องอย่างนี้ได้ยังไง)
    2. นำ ไปใช้กับการทำงานได้ ใช้กับชีวิตประจำวันได้ ครับ คงไม่ยุ่งยากมากนัก หากจะแบ่งเรื่องต่างๆ ที่ทำออกเป็น 4 ส่วน
    3. ผมว่า “เวลาที่มีค่ามากที่สุด อีกอย่างคือ เวลา ณ ปัจจุบัน” ของเรา นี่แหล่ะครับ
    4. ขอบคุณครับ

  5. on-anong พูดว่า:

    ได้แง่คิดดีมาก หลายแนวคิดเป็นคำคมเตือนใจและชี้ช่องทางต่าง ๆ ได้ดี เป็นคมความคิดที่เรานำไปปรับใช้ในแต่ละโอกาสในการทำงานได้ ค่ะ

  6. phanomphon พูดว่า:

    การตัดสินใจที่ดี และทำให้ผู้ปฏิบัติงานปลอดภัย คือ การตัดสินใจบนฐานของข้อมูล ข้อเท็จจริงและความถูกต้อง การเบี่ยงเบนกุศลกรรมคนอื่น จะทำให้เราเจอวิบากกรรม เพราะเราไม่สามารถห้ามกฎแห่งกรรมตามหลักของพระพุทธศาสนาได้

You must be logged in to post a comment.