0

Dress Code โค้ดไม่ลับของการแต่งกาย!!

 ไม่แน่ใจว่าหนุ่มเนิร์ด-สาวหนอนคนอื่นๆ มีปัญหาชวนปวดขะหมองเหมือนไอน์สไตน์น้อยกันไหมครับ ตามธรรมดาเป็นมนุษย์ติดบ้านไม่ค่อยออกไปไหน ใช้เวลาส่วนใหญ่หน้าคอมพิวเตอร์ หรือไม่ก็อ่านหนังสือ แต่ก็มีเพื่อนมีฝูงมีสังคมเหมือนมนุษย์ปุถุชนคนทั่วไปกับเขาเหมือนกัน นานๆ ทีจึงมีการ์ดเชิญร่อนมาถึงกระท่อมน้อยปลายซอยเปลี่ยวอันเป็นที่พำนัก ไอ้ครั้นจะเชิญไปไหนนี่ไม่ยาก แต่ที่ยากก็คือเจ้า Dress Code ที่กำหนดให้ผู้เข้าร่วมงานนั้นๆ ว่าต้องแต่งตัวมาร่วมงานอย่างไร สไตล์ไหน รูปแบบใด มีระดับความสุภาพของเครื่องนุ่งห่มอยู่ในระดับใดนั่นเอง

เรื่องแบบนี้คงจะไม่เป็นปัญหาของนักปาร์ตี้มืออาชีพ แต่รับรองว่าคนที่ไม่ได้สนใจหรือไม่ได้ออกไปงานเลี้ยงบ่อยคงเป็นเรื่องยากอยู่พอใช้ได้ทีเดียว วันนี้ไอน์สไตน์น้อยจึงไปคุ้ยข้อมูลดีๆ ที่จะช่วยให้คุณ (และตัวเอง) เข้าใจเข้ารหัสการแต่งกายนี้มากขึ้นครับ


Black Tie - ถือเป็นการแต่งการที่เป็นทางการที่สุดครับ สำหรับคุณสุภาพบุรุษ แต่งแบบ Black Tie ควรใส่ทักซิโด้ผูกหูกระต่าย ในขณะที่คุณสุภาพสตรีควรสวมชุดราตรี Evening Dress ให้ดูหรูหรา

 

White Tie - เป็นทางการน้อยกว่า Black Tie เล็กน้อย ตัวงานเลี้ยงก็อาจทอนความเป็นทางการลงมาหน่อย คุณสุภาพบุรุษสวมสูทแบบเต็มยศ ที่สำคัญควรมีเสื้อกั๊กสวมไว้ด้านในสูท ส่วนสุภาพสตรีใส่ชุดราตรี หรืออาจมีผ้าคลุมไหล่ และสวมถุงมือ

Black Tie Optional หรือ Creative Black Tie- คุณสุภาพบุรุษสามารถเลือกที่จะสวมใส่แบบ Black Tie ก็ได้ หรือจะใส่สูทสีดำกับเสื้อเชิ้ตดำก็ได้ จะผูกเนคไทหรือไม่ผูกก็แล้วแต่ ส่วนผู้หญิงควรใส่เดรสสั้นที่ดูเป็นทางการ หรือชุดค็อกเทลหรูนิดๆ
  Semi-Formal - รูปแบบการแต่งตัวแบบนี้ มักจะใช้กับงานแต่งงานที่จัดหลัง 6 โมงเย็นไปแล้ว สามารถใส่ลูกเล่นให้กับชุดได้มากขึ้น คุณสุภาพบุรุษอาจใส่เพียงสูทสีเข้ม  ในขณะที่สุภาพสตรีจะใส่เดรสสั้น หรือชุดค็อกเทล หรือจะใส่กางเกงสแล็กกับเสื้อคัตติ้งเนี้ยบๆ แทนก็ได้
 Lounge Suite - เป็นงานกึ่งทางการ คุณสุภาพบุรุษ ควรสวมสูทสีเข้มกับเชิ้ตขาวและผูกเนคไท คุณสุภาพสตรีสวมชุดราตรี แต่หากเป็นงานที่จัดกลางแจ้งในช่วงเวลากลาง วันสามารถแต่งกายที่ไม่เป็นทางการมากได้เช่น ผู้ชายสวมสูทสีอ่อนและไม่ผูกไทได้ ผู้หญิงสวมชุดราตรีสั้นแลลCocktail Dressได้
  Cocktail Attire -คุณสุภาพบุรุษอาจเปลี่ยนสูทเป็นเสื้อแจกเก็ตสีเข้ม กับกางเกงสีอะไรก็ได้ ไม่จำเป็นต้องผูกเนคไท ในขณะที่คุณสุภาพสตรีควรใส่ชุดค็อกเทล หรือเดรสสั้นเท่านั้น ไม่ควรใส่กางเกง

Business Attire - ถ้าระบุแบบนี้ค่อนข้างง่ายคุณสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีสามารถสวมสูททำงานไปได้เลยครับ แต่กรณีคุณสุภาพบุรุษอาจจะต้องผูกเนคไท ในขณะที่คุณสุภาพสตรีสามารถเลือกสวมได้ทั้งชุดสูทกางเกงและสูทกระโปรงครับ

Business Casual - ถือเป็นแบบยอดนิยมที่สุดสำหรับยุคนี้ในกรณีที่งานไม่ได้เป็นทางการมากนัก คุณสุภาพบุรุษจะหายใจหายคอโล่งขึ้นเพราะแม้จำต้องสวมสูทอยู่แต่คุณก็สามารถปลดเนคไทออกได้ครับ ส่วนคุณสุภาพสตรีอาจจะไม่ต้องสวมสูทยาวเหมือน Business Attire แต่สามารถเติมลูกเล่นมีความเป็นลำลองมากขึ้นด้วยสูทสั้น เสื้อข้างในไม่จำเป็นต้องเป็นเชิร์ต แต่ใส่เป็นเสื้อกล้าม หรือเสื้อมีคอ ก็ได้ครับ ส่วนแขนเสื้อก็สามารถพับขึ้นมาได้เล็กน้อย มีลายที่แขนเสื้อที่พับขึ้นมาได้ครับ  มีข้อแม้ข้อเดียวว่า เสื้อและกระโปรงหรือกางเกงควรเป็นสีเดียวกันทั้งชุด

Smart Casual - เป็นเสต็ปที่ลำลองขึ้นมาอีกหน่อย แต่ก็ต้องคงความ Smart เอาไว้ด้วยครับ ประมาณเอาว่าชุดที่คุณสวมใส่สามารถเดินเข้าไปในร้านอาหารหรูๆ ได้ไม่อายใคร อาจจะหาชุดที่คุณตัวสวยที่คุณใส่ไปออกเดทในวันหยุด (แน่นอนว่าไม่ใช่เสื้อยืด กางเกงยีนส์) และทับด้วยแจ๊กเกตเก๋ๆ สักตัว หรือถ้าเอาง่ายๆ เข้าว่าสำหรับคุณผู้หญิงก็อาจจะเลือกเดรสกลางวันสักตัวก็เข้าที ในขณะที่คุณผู้ชายอาจจะอนุโลมเลือกกางเกงยีนส์สีดำผ้าออกมันๆ ไม่ดูกระดำกระด่างหรือมีรอยกรีดรอยขาด กับเสื้อเชิร์ต หรือเสื้อยืดมีปก แล้วทับด้วยแจ๊กเก็ตก็พอได้ครับ คาถาของเสื้อผ้าเสต็ปนี้คือ ความเท่ห์ที่ดูลำลองมากขึ้น และต้องมีแจ๊กเกตสวมทับเสมอ ส่วนรองเท้าจะลำลองขึ้นมานิดหนึ่ง คุณผู้หญิงสามารถสวมคัทชูเปิดส้นหรือเปิดหน้าให้เห็นนิ้วเท้าได้ครับ

นี่ก็เป็น Dress Code ที่เราจะพบเห็นได้บ่อยๆนะครับ หวังว่าคงมีประโยชน์สำหรับคนที่ออกงานบ่อยๆหรือพึ่งจะเป็นมือใหม่หัดออกงานสังคมนะครับ

ที่มา >> http://knowledge.truelife.com

Share and Enjoy:
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Twitter
  • Print

You must be logged in to post a comment.