0

“ละทิ้งหน้าที่ราชการ” กับ “ทอดทิ้งหน้าที่ราชการ” ต่างกันอย่างไร

                 ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ได้กำหนดเกี่ยวกับเรื่องการ “ละทิ้งหน้าที่ราชการ” และ “ทอดทิ้งหน้าที่ราชการ” ไว้ใน มาตรา 82 (5) และมาตรา 85(2) (3) ซึ่งอาจมีหลายคนสงสัยและยังไม่ค่อยเข้าใจความหมายของคำว่า “ละทิ้งหน้าที่ราชการ” กับ “ทอดทิ้งหน้าที่ราชการ” ว่ามีความหมายเหมือนกันหรือแตกต่างกันอย่างไร และการกระทำอย่างไรถึงจะเป็น “ละทิ้งหน้าที่ราชการ” หรือ “ทอดทิ้งหน้าที่ราชการ” จึงขออธิบายความหมายและสาระสำคัญของทั้งสองคำ ดังนี้

                            “ละทิ้งหน้าที่ราชการ”  หมายถึง ไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ราชการตามหน้าที่ ซึ่งได้แก่ การไม่มายังสถานที่ราชการเพื่อปฏิบัติราชการตามหน้าที่ หรือเพื่อให้ผู้บังคับบัญชามอบหมายงานให้ปฏิบัติ รวมทั้งการมายังสถานที่ราชการแล้วแต่ไม่อยู่ปฏิบัติงาน ละทิ้งไปยังสถานที่อื่น

                             “ทอดทิ้งหน้าที่ราชการ”  หมายถึง การมาอยู่ในสถานที่ราชการ หรือมาปฏิบัติงานแต่ไม่สนใจ ไม่ปฏิบัติงานตามหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ ปล่อยให้งานคั่งค้าง

                             “อุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการ”  หมายถึง ต้องอุทิศ หรือ สละเวลาทั้งหมดปฏิบัติราชการตามที่ทางราชการต้องการ รวมทั้ง เวลานอกเหนือจากเวลาปฏิบัติราชการตามปกติในกรณีที่ทางราชการมีงานเร่งด่วน ที่จำเป็นจะต้องให้ข้าราชการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการด้วย

                               มาตรา 82     ข้าราชการพลเรือนสามัญต้องกระทำการอันเป็นข้อปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

                                                   (5) ต้องอุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการ จะละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการมิได้

                              มาตรา 85 การกระทำผิดวินัยในลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

                                                  (2) ละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการ โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง

                                                  (3) ละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกว่าสิบห้าวัน โดยไม่มีเหตุอันควร หรือโดยมีพฤติการณ์อันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ

                  หลักสำคัญ

                   1. ละทิ้งหน้าที่ราชการ และทอดทิ้งหน้าที่ราชการ ไม่จำกัดเงื่อนเวลามากหรือน้อย

                   2. ละทิ้งหน้าที่ราชการ หรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการ โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 85 (2) ซึ่งการจะพิจารณาว่าการกระทำใดเป็นการกระทำ “โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง” นั้น  จะต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงเป็นเรื่องๆ ไป ว่าพฤติการณ์ละทิ้งหน้าที่ราชการ หรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการ นั้น มีสาเหตุอย่างไร และสาเหตุดังกล่าวมีเหตุผลความจำเป็นมากน้อยเพียงใด และความเสียหายที่เกิดขึ้น เป็นความเสียหายอย่างร้ายแรงหรือไม่ และเป็นผลโดยตรงมาจากการละทิ้งหน้าที่ราชการ หรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการ หรือไม่

                   3. ละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกว่า 15 วัน ตามมาตรา 85 (3) หมายถึง การละทิ้งหน้าที่ราชการต่อเนื่องกัน โดยไม่มา หรือไม่ได้อยู่ปฏิบัติหน้าที่ราชการเลยติดต่อกันเป็นเวลาเกินกว่า 15 วัน (นับรวมวันหยุดราชการด้วย)

                  ตัวอย่างการกระทำผิด

                   ตัวอย่างที่ 1   เจ้าหน้าที่ปกครองชำนาญการ มีอาชีพประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้างส่วนตัว ทำให้ไม่ค่อยไปปฏิบัติราชการ โดยบางวันลงเวลาปฏิบัติราชการแล้วออกไปจากสำนักงานตลอดวัน ลากิจ ลาป่วย ลาพักผ่อน สลับกันบ่อยๆ แล้วจัดส่งใบลาย้อนหลังเป็นการไม่ปฏิบัติตามระเบียบ ถูกผู้บังคับบัญชาตักเตือนให้ปฏิบัติตามระเบียบการลา และไม่ไปปฏิบัติราชการติดต่อคราวเดียวกันเป็นเวลา รวม 17 วัน แล้วจัดส่งใบลาขออนุญาตลากิจย้อนหลัง โดยขอลากิจรวม 12 วัน แต่ผู้บังคับบัญชาพิจารณาแล้วไม่อนุญาตการลา พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยตามมาตรา 85 (2) (3)

                  ตัวอย่างที่ 2  นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการ ได้รับอนุมัติจากกระทรวงเจ้าสังกัด และสำนักงาน ก.พ. ให้ลาไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท ณ ประเทศออสเตรเลีย ด้วยทุนส่วนตัว โดยได้รับเงินเดือนระหว่างลาศึกษาต่อ แต่เมื่อครบกำหนดการลาศึกษาต่อดังกล่าวแล้ว ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ผู้นี้ไม่ได้กลับมารายงานตัว เพื่อเข้าปฏิบัติราชการตามปกติจนถึงปัจจุบัน โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยตามมาตรา 85 (2) (3)

 

Share and Enjoy:
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Twitter
  • Print

You must be logged in to post a comment.