1

ปัญหา ในการไดเอตของหลายๆคน

ปัญหาที่พบอีกอย่างในการไดเอตของหลายๆคนก็ คือ

มักจะลดการทานคาร์โบไฮเดรตลงต่ำมากจนเกินไป ลดลงต่ำมากขนาดที่ว่า บางทานข้าวแค่มื้อละ 1 ทัพพี

ซึ่งตอนแรกน้ำหนักก็ลดลงไวอยู่นะ

แต่พอกลับมาทานอาหารตามเดิมเท่านั้น น้ำหนักตีกลับขึ้นมาพรวดเลย ซึ่งเป็นผลมาจากโยโย่เอฟเฟค นั่นเอง

ถึงแม้วิธีการลดน้ำหนัก ซึ่งก็ทาน การทานพลังงานให้น้อยกว่าใช้ ซึ่งจะต้องลดคาร์บลง และเพิ่มส่วนของโปรตีนขึ้นก็ตาม แต่ก็ควรค่อยๆลดคาร์บลงมา ซึ่งจะไม่ส่งผลต่อการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย

ตัวอย่างเช่น

นาย ก มีน้ำหนักตัวไม่ไม่มีไขมัน (lean body mass) 60 กก. คาร์บ 5 กรัม ต่อกก. เท่ากับ วันละ 300 กรัม

ซึ่งข้าวหุงสุก 100 กรัม จะมีคาร์บประมาณ 25 กรัม หรือ เท่ากับทานวันวันละ 1200 กรัม
(ตาชั่งสีส้ม ที่ชั่งได้ 1 กก. ช่วยคุณได้มาก)

3-4 สัปดาห์แรก ก็ทานตามปกติไปก่อน แต่ให้เริ่มคาร์ดิโอครั้งละ 30 นาที และ เพิ่มครั้งละ 5 นาที ในทุกๆสัปดาห์ เต็มที่ไม่เกิน 60 นาที

ช่วงต่อมา ให้ลดการทานคาร์บลง เช่น ลดการทานข้าวสุกลง 100 – 150 กรัม แล้วก็คาร์ดิโอทุกเช้าเหมือนเดิม

ให้ดูตัวเองเป็นหลัก ซึ่งจุดสังเกตที่ค่อนข้างแม่นยำที่สุด ก็คือ ความหนาของชั้นไขมันที่พุง ซึ่งถ้าร่างกายใช้ไขมันเป็นพลังงาน ไขมันก็จะบางลง และน้ำหนักก็จะลดลงตามไปด้วย
ซึ่งคุณอาจจะใช้ fat caliper หรือ เวอเนียแบบพลาสติก วัดก็ได้

โดยปกติ 1 เดือน ไขมันที่สะสมในร่างกายจะลดลงแค่ 2-3 กก.

ถ้าหากน้ำหนัก และ ไขมันยังลดลงไปได้เรื่อยๆ ก็ไม่จำเป็นต้องลดคาร์บให้ต่ำลง เพราะจะทำให้การเผาผลาญพลังงานลดต่ำลงตามไปด้วย

ซึงจากที่เคยทดลองเอง รวมถึงจัดอาหารให้กับเพื่อนๆที่อุดหนุนสินค้า ส่วนใหญ่แล้ว ลดคาร์บลงแค่ 10-20% น้ำหนักและไขมันก็ลดลงเป็นที่น่าพอใจครับ และไม่ส่งผลต่อสภาพร่างกายด้วย

อย่าไปลองเทคนิคการไดเอตของนักเพาะกาย ถ้าหากคุณไม่ได้ให้บุคคลนั้นจัดให้โดยตรง หรือ ได้รับคำแนะนำโดยตรง เพราะว่ามีอีกหลายจุดที่คุณยังไม่ทราบรายละเอียดเชิงลึก
การลองทำเองแบบมั่วๆ มันจะมีผลเสียมากกว่า

ลองเอาไปดัดแปลงใช้ตามความเหมาะสมนะครับ ทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ตามสภาพร่างกายของคุณ

MV Fit Zone By กระทิง เมืองช้าง

Share and Enjoy:
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Twitter
  • Print
  1. Final พูดว่า:

    ลองปรับใช้กลับชีวิตประจำวันดูครับ ผมจาก 115 ตอนนี้ 85 kg

You must be logged in to post a comment.