3

เรื่องน่ารู้ของเด็กหอใน ช่วงนี้นกเยอะเหลือเกิน..

ข้หวัดนก(Avian influenza, Bird Flu)

ารระบาดของไข้หวัดนกนอกจากจะทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตยัง สร้างความเสียหาย
อย่างมากให้กับอุตสาหกรรมสัตว์ปีก โดยเฉพาะในประเทศไทยและเวียดนาม มีการฆ่าสัตว์ปีก โดยเฉพาะไก่ในฟาร์มไปหลายล้านตัว เพื่อระงับการแพร่กระจายของโรค
สาเหตุ
เกิดจากการติดเชื้อไวรัส Avian Influenzavirus type A ในตระกูล Orthomyxoviridae ในตระกูล RNA เชื้อตัวนี้คือ เชื้อไวรัส H5N1 เป็นเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่พบในนก ซึ่งเป็นแหล่งรังโรคในธรรมชาติ (มีเชื้อโรคอยู่ในตัว)

สำหรับเชื้อไข้หวัดนกทั่วโลกขณะนี้มี 4 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์ชิงไห่ ที่ประเทศจีน, สายพันธุ์ไทย-เวียดนาม, สายพันธุ์อินโดนีเซีย และสายพันธุ์ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของจีน จากการที่ไทยพบเชื้อไข้หวัดนก 2 สายพันธุ์แล้วขณะนี้ คือสายพันธุ์ไทย-เวียดนาม และสายพันธุ์ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของจีน
ระยะฟักตัว ตั้งแต่ได้รับเชื้อจนเกิดอาการประมาณ 1-3 วัน
การติดต่อ
เชื้อไข้หวัดนก สามารถติดต่อได้ 2 ทางด้วยกันคือ
1. ทางตรง จากการสัมผัส คลุกคลีกับสัตว์ที่ป่วยเป็นโรคไข้หวัดนก
2.ทางอ้อม จากการกินอาหารที่ปะปนด้วยเชื้อของสัตว์ที่ป่วยเป็นไข้หวัดนก ซึ่งเชื้อจะมาจากสารคัดหลั่งของสัตว์ คือ อุจจาระ น้ำมูก น้ำตา น้ำลาย

อาการ
ไข้สูงมากว่า 38 องศาเซลเซียส ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยเนื้อตัว อ่อนเพลีย เจ็บคอ ไอ หายใจลำบาก ปอดอักเสบ และอาจมีตาแดงและอาการของระบบทางเดินอาหารแทรก เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วงร่วมด้วย
การรักษา
ปัจจุบันมีการใช้ยาทามิฟลูสำหรับรักษาคนไข้ที่ต้องสงสัยว่าเป็นไข้หวัดนก ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดเชื้อไวรัสดื้อยาขึ้นได้ แต่ขณะนี้ยังไม่พบการดื้อยา
การป้องกัน
1. ในช่วงที่มีการระบาดไม่ควรใช้มือเปล่าสัมผัสสัตว์ปีกที่ตาย ต้องสวมถุงมือ สวมผ้าปิดปากปิดจมูก ล้างมือด้วยสบู่และน้ำทุกครั้ง หากไม่มีถุงมือให้สวมถุงพลาสติกซ้อนกันหลายๆชั้นก่อนจับซากสัตว์
2. สัตว์ปีกที่ป่วยตายให้เผาหรือฝัง โดยขุดหลุมลึกอย่างน้อย 1 เมตรก่อนกลบดินให้ราดด้วยคลอรีนหรือโรยปูนขาวก่อนทำการฝังกลบดินให้แน่น ห้ามนำซากสัตว์ที่ตายทิ้งลงแม่น้ำลำคลองหรือนำไปให้สัตว์กิน
3. ผู้มีอาชีพเลี้ยง ฆ่า ขนส่งย้ายสัตว์ปีกหรือผู้ที่สัมผัสสัตว์ปีกหากมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ให้รีบไปพบแพทย์แล้วบอกประวัติการสัมผัสสัตว์ปีกหรือเกี่ยวข้องกับผู้ป่วยปอดบวมในรายอื่นๆในรอบ 10 วันก่อนมีอาการ ให้แพทย์ทราบทันที
4. ในช่วงโรคระบาดผู้ปกครองต้องเอาใจใส่ระมัดระวังดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด เตือนไม่ให้เด็กใกล้ชิด สัมผัสสัตว์ปีกหรือซากสัตว์ที่ตาย ให้เด็กหมั่นล้างมือบ่อยๆ
5. เป็ด ไก่และไข่ที่นำมารับประทานต้องปรุงให้สุก 100% ด้วยความร้อน สัตว์ปีกที่ตายผิดปรกติห้ามนำมารับประทานเด็ดขาด
6. ถ้าพบสัตว์ปีกตายจำนวนมากผิดปรกติให้แจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดหรือกรมปศุสัตว์
7. รักษาร่างกายให้แข็งแรง หมั่นออกกำลังกาย และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
Share and Enjoy:
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Twitter
  • Print
  1. surana พูดว่า:

    อันตรายเพราะเห็นนกแถวหอพักตายหลายตัวเเล้ว เป้นไปได้ให้ส่วนที่เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินการแก้ไขปัญหาจะดีมาก โดยเฉพาะมลภาวะทางเสียง

  2. forrainn พูดว่า:

    จะแก้ปัญหาอย่างไรดี ตอนนี้ทุกๆเย็นต้องมานั่งปรกมือไล่นกเป้นพันๆตัว นอกจากจะส่งเสียงดังแล้วยังทิ้งสิ่งปฏิกูลเอาไว้เวลาฝนตกมาส่งกลิ่นกันทั่วหอเลยทีเดียว

  3. phensiri พูดว่า:

    แจ้งกองอาคารสถานที่หรือยังคะ เพราะตัดต้นไม้ไปแล้วบางส่วน นึกว่านกย้ายถิ่นฐานไปถึงหอพักชื่นชมแล้ว เพราะผ่านหอพักบรบือ-เชียงยืน-ศูนย์บริการทางการแพทย์จนถึงหอพักชื่นชม เอาแบบไทบ้านท่าขอนยางไหม เห็นเค้าจุดประทัด-พลุ-สามเหลี่ม….นกมันตกใจไม่กล้ามาอาศัยอยู่อีกเลย แต่ต้องทำความเข้าใจกับนิสิตหอพักในก่อนนะคะ

You must be logged in to post a comment.