0

ความรู้เกี่ยวกับวิจัย

คำว่า ” การวิจัย (Research) เป็นคำที่คุ้นเคยและรู้จักกันอย่างแพร่หลายทุกวงการทั้งนักวิชาการและชาวบ้านทั่วไป ทั้งนี้เนื่องจากการวิจัยเป็นเครื่องมือสำคัญอย่างหนึ่งในการแก้ปัญหาและพัฒนาวิชาการให้เกิดความเจริญก้าวหน้าในทุกด้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วยขยายความรู้ ความเข้าใจ ในปรากฏการณ์ต่าง ๆ ให้กว้างขวางยิ่งขึ้นทำให้มนุษย์สามารถเอาชนะธรรมชาติได้อย่างมีหลักเกณฑ์และมีเหตุผล ฉะนั้น การเรียนรู้งานวิจัยจึงก่อให้เกิดประโยชน์อย่างยิ่งทั้งแก่ตนเองและส่วนรวมสำหรับในขั้นแรกของการวิจัยกล่าวถึงความหมายของการวิจัยเพื่อเป็นพื้นฐานของลักษณะของงานวิจัยที่ดี จึงควรทราบความหมายของการวิจัยและขั้นตอนต่างๆ ตามลำดับ

 ความหมายของการวิจัย

คำว่า ” การวิจัย ” ตรงกับภาษาอังกฤษว่า
” Research” ซึ่งหมายถึงหาแล้วหาอีก หาจนกระทั่งมั่นใจได้ว่าได้ข้อเท็จจริงในเรื่องนั้นๆ จนถี่ถ้วนและเชื่อถือได้แล้ว แต่ความหมายเชิงวิชาการตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน(๒๕๒๕: ๗๔๒) ให้ความหมายว่า การวิจัยเป็นการค้นคว้าเพื่อหาข้อมูลอย่างถี่ถ้วนตามหลักวิชา″ การวิจัยเป็นกระบวนการเชิงระบบในการรวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลอย่างสมเหตุผล เพื่อวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง  Schumacher & Mcmillan,๑๙๙๓:๘)

 ประเภทของการวิจัย

การแบ่งประเภทของการวิจัยนั้นมีการแบ่งกันต่าง ๆ นานา แล้วแต่เกณฑ์ที่ใช้เป็นสำคัญยิ่งนั้นเกณฑ์ที่ใช้ในการแบ่งบางเกณฑ์ก็ไม่ชัดเจนจึงทำให้การแบ่งประเภทของการวิจัยทำได้ไม่ค่อยชัดเจนนักสำหรับเกณฑ์ที่ใช้และประเภทของการวิจัยที่นิยมกันทั่วไป ได้แก่

๑. แบ่งตามจุดมุ่งหมายของการวิจัย สามารถแบ่งได้เป็น ๒ประเภท คือ

๑.๑ การวิจัยบริสุทธิ์ (Pure Research) เป็นการวิจัยที่มุ่งผลระยะยาว เพื่อแสวงหาความจริงเกิดขึ้นการวิจัยบริสุทธิ์มุ่งเน้นที่จะแก้ปัญหาใหญ่ จึงใช้เวลาในการวิจัยนาน แต่ผลของการวิจัยจะมีคุณค่ามากการวิจัยบริสุทธิ์ส่วนใหญ่จะเป็นการวิจัยที่เกี่ยวกับทางวิทยาศาสตร์ การวิจัยทางฟิสิกส์ ทางชีววิทยา หรือทางเคมี

๑.๒ การวิจัยประยุกต์ (Applied Research)เป็นการวิจัยที่มุ่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อนำผลของการวิจัยมาใช้ในสถานการณ์หนึ่งบางครั้งเป็นการวิจัยที่ประยุกต์ทฤษฎีกับข้อเท็จจริงต่าง ๆ เพื่อค้นหาความจริงในแต่ละสถานการณ์

๒. แบ่งตามระเบียบวิธีของการวิจัย นั้น อาศัยระเบียบแบบแผนของการวิจัยเป็นหลักเกณฑ์ในการแบ่งซึ่งสามารถแบ่งได้
๒ ประเภท คือ

๒.๑ การวิจัยเชิงประวัติศาสตร์(HistoricalResearch) เป็นการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการค้นหาข้อเท็จจริงในอดีต ซึ่งจะเป็นการทดสอบหรือ ตรวจสอบรายงาน หรือ การบันทึกที่มีผู้สังเกตไว้แล้ว ในอดีตว่าถูกต้องหรือไม่

๒.๒ การวิจัยเชิงพรรณา (Descriptive Research)เป็นการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการบรรยาย และค้นหาความจริงที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

๒.๓ การวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Research) เป็นการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการทดลองโดยมุ่งเน้นที่จะควบคุมลักษณะบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์หนึ่งไว้
เพื่อดูผลว่าจะเป็นอย่างไร ในการวิจัยนี้จะต้องมีการลองผิดลองถูก ซึ่งนักวิจัยจะต้องสร้างสถานการณ์จำลองขึ้นมา โดยมากจะเป็นการวิจัยในเชิงวิทยาศาสตร์
และกระทำวิจัยในห้องปฏิบัติการ

๓. แบ่งตามชื่อของการวิจัย คือ อาศัยชื่อเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยเป็นหลัก ซึ่งมีอยู่หลายชนิด เช่น

- การวิจัยตลาด (Marketing Research)

- การวิจัยการศึกษา (Educationing Research)

- การวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research)

ขั้นตอนการทำวิจัย

การวิจัยเป็นวิธีที่จะต้องกระทำอย่างมีขั้นตอนซึ่งสามารถกำหนดเป็นลำดับได้ดังต่อไปนี้

. กำหนดเรื่องที่จะทำการวิจัย เป็นขั้นตอนแรกของการวิจัย ซึ่งจุดประสงค์ของการวิจัยคือเพื่อให้ได้ความรู้ที่ใช้ในการแก้ปัญหา นักวิจัยควรจะมีการเลือกปัญหาที่ผู้วิจัยสนใจและผู้อื่นอยากทราบเพื่อเพิ่ม คุณค่าของงานวิจัยปัญหาที่นักวิจัยเลือกมาต้องเป็นปัญหาใหม่ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน เหมาะสมที่จะทำการ วิจัยข้อสำคัญปัญหานั้นต้องแน่ใจว่าอยู่ในความสามารถที่จะทำได้ หลังจากเลือกปัญหาได้นักวิจัยจึงสามารถกำหนดชื่อเรื่องที่จะทำการวิจัยได้ต่อจากนั้นนักวิจัยต้องดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้คือ

- แสดงความสำคัญของปัญหาที่เลือกมาทำการวิจัย

- กำหนดวัตถุประสงค์ของการวิจัย

- กำหนดสมมติฐาน

- กำหนดขอบเขตของปัญหา

- หาวิธีการที่จะหาคำตอบสำหรับวัตถุประสงค์ และสมมติฐานที่กำหนด

. สร้างเครื่องมือที่จะใช้ในการวิจัย นักวิจัยจะต้องเตรียมเครื่องมือที่จะใช้ในการวิจัย ซึ่งเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลซึ่งอาจจะเป็นแบบสอบถาม (Questionnaire) แบบสัมภาษณ์ (Interview) หรือ แบบสังเกต(Observation) เครื่องมือบางชนิดอาจจะต้องทำการทดสอบ (Pre -test) ก่อนที่จะนำไปใช้จริง

. เก็บรวบรวมข้อมูล เป็นขั้นตอนที่สำคัญมากขั้นตอนหนึ่ง เพราะถ้านักวิจัยไม่มีวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลที่ดีพอข้อมูลที่ได้มาอาจจะไม่ใช่ข้อเท็จจริง ซึ่งจะทำให้ผลงานวิจัยที่ได้ไม่มีคุณภาพหรือไม่สามารถตอบวัตถุประสงค์ของการวิจัยได้ การเก็บรวบรวมข้อมูลอาจต้องใช้เทคนิคทางสถิติเกี่ยวกับวิธีการ สุ่มตัวอย่างการจัดการเก็บข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์

. วิเคราะห์ข้อมูล เป็นขั้นตอนที่จะต้องนำข้อมูลที่เก็บรวบรวมมาทำการวิเคราะห์และแปลความหมายซึ่งการวิเคราะห์ข้อมูลซึ่งอาจใช้วิธีการทางสถิติมาช่วย โดยสามารถเลือกใช้วิธีการต่อไปนี้

- การวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น

- การประมาณค่า

- การทดสอบสมมติฐาน

- การหาความสัมพันธ์

- การพยากรณ์

ผลของการวิเคราะห์ข้อมูลจะนำไปสู่คำตอบของงานวิจัย

. สรุปผลและเขียนรายงาน เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการวิจัย นักวิจัยจะต้องสรุปผลจากการวิเคราะห์และตีความหมายข้อมูลเพื่อที่จะตอบปัญหาตามวัตถุประสงค์ของการวิจัยที่ตั้งไว้ การเขียนรายงานจะต้องเสนอข้อเท็จจริงที่ได้จากการวิจัย และข้อสรุปของผู้วิจัยพร้อมกับข้อเสนอแนะสำหรับผู้จะทำการวิจัยต่อไปข้อผิดพลาดที่ควรระมัดระวังในการทำวิจัย

        การทำวิจัยนั้นอาจมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นได้หลายประการ นักวิจัยจะต้องระมัดระวังในข้อผิดพลาด ต่างๆ เหล่านั้น ข้อผิดพลาดที่สำคัญ ได้แก่

๑. ด่วนสรุปผลการวิจัยนั้นเร็วเกินไป ทั้งที่ยังมีหลักฐานสนับสนุนไม่มากเพียงพอ ทั้งนี้อาจเพราะเชื่อมั่นในทฤษฏีหรือความเห็นของตนเองมากเกินไปฉะนั้น ก่อนสรุปจะต้องมีข้อมูล มีผลการทดลองที่แน่ใจ และ ตรวจสอบทุกขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว

๒. ละเลยผลการวิจัยที่แตกต่างออกไป การสรุปผลไม่ควรละเลยการวิจัยที่ต่างไปจากทฤษฎี หรือ สมมติฐานที่ตั้งขึ้น เพราะผลการวิจัยนั้นอาจถูกต้องก็ได้

๓. ไม่ทบทวนเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องให้มากพอ เนื่องจากมีปัญหา หาเอกสารไม่พบ ไม่ทราบว่าจะไปหาที่ใด ที่หาได้ไม่มากพอ ทำให้ขาดข้อมูลหลักฐานมาประกอบสนับสนุนและยืนยันผลสรุป

๔. ผลการวิจัยขาดความเที่ยงตรง อาจจะเนื่องจากการออกแบบการวิจัยไม่ดีเครื่องมือรวบรวมข้อมูลขาด ความเที่ยง ขาดความตรง และการสุ่มตัวอย่างไม่เป็นตัวแทนของประชากรเป้าหมายก็ได้ ในการสรุปผลแปลผล จะต้องระมัดระวังในเรื่องเหล่านี้เป็นพิษ

๕. การใช้เหตุผลผิด ต้องระมัดระวังการให้เหตุผลไม่ใช่เรื่องเดียวกัน เหตุอย่างหนึ่งผลอย่างหนึ่งจะใช้ สนับสนุนกันไม่ได้ นอกจากนั้นยังต้องระมัดระวังการให้เหตุผลผิดจากข้อเท็จจริงด้วย

๖. การลอกผิด ต้องระมัดระวังการลอกตัวเลข ข้อความคำศัพท์เฉพาะภาษาอังกฤษที่อยู่ในวงเล็บมัก จะผิดพลาดเสมอ

 

Share and Enjoy:
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Twitter
  • Print

You must be logged in to post a comment.