0

คำบรรยาย “การประเมินระดับภาควิชา″ คณาจารย์บุคลากร คณะสัตวแพทยศาสตร์และสัตวศาสตร์ วันศุกร์ที่ 16ธค54 เวลา 9.00-12.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 2

—————————————

เรียน  ท่านคณบดี  รองคณบดี  คณาจารย์และบุคลากร  คณะสัตวแพทยศาสตร์และสัตวศาสตร์ 

 

ขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่งที่เชิญผมมาบรรยายในวันนี้  ในหัวข้อเรื่อง  การประเมินระดับภาควิชา  ซึ่งผมไม่ค่อยได้บรรยายในระดับนี้มากนัก  เนื่องจากมีไม่กี่คณะที่มีโครงสร้างที่ชัดเป็นภาควิชา  มี  4  คณะในระบบ  คือ  ศึกษาศาสตร์  เทคโนโลยี  มนุษยศาสตร์  และวิทยาศาสตร์ 

 

โดยแรกเริ่มเดิมทีตั้งแต่ทำงานกับ  ผู้ช่วยศาสตราจารย์  ดร.จินดา  งามสุทธิ  เป็นรองอธิการบดีฝ่ายประกันคุณภาพการศึกษา  เราจะเรียกว่า  “การประเมินไขว้”  ตอนนี้ก็เกือบ  10  ปี  ตั้งแต่ผมเข้ามาทำงานปี  2545    

 

ความจริงแล้วการประเมินนั้นเป็นเพียงปลายทางของระบบการประกันคุณภาพการศึกษา  เพราะการประกันคุณภาพมันต้องเริ่มตั้งแต่วันแรกของการทำงานในปีการศึกษา  ตามวงจรคุณภาพ  PDCA  วางแผน  ทำตามแผน  ตรวจสอบประเมิน  และปรับปรุงแก้ไข 

 

ดังนั้น  วันนี้ผมคงไม่พูดเฉพาะเรื่องของการประเมินระดับภาควิชา  แต่จะพูดไปถึงเรื่องของการประกันคุณภาพการศึกษาทั้งระบบ  เพราะเดี๋ยวจะเข้าใจผิดว่า  การประเมิน  ก็คือการประกันคุณภาพ  ซึ่งไม่ใช่

 

เนื้อหาการบรรยายจะเน้นเรื่อง  การประกันคุณภาพการศึกษาภายใน  (IQA)  ตามแนวทางของต้นสังกัด  คือ  สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา  หรือ  สกอ.  โดยการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน  ของ  สกอ.  นี้เริ่มอย่างเป็นรูปแบบที่ชัดเจน  ตั้งแต่ปีการศึกษา  2543  หลังจากมีการบังคับใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พ.ศ.2542

 

ณ  วันนี้คงปฏิเสธอะไรไม่ได้  ในฐานะที่เราเป็นสถาบันอุดมศึกษา  โดยเฉพาะของรัฐ  ซึ่งมีภารกิจ  สอน  วิจัย  บริการวิชาการ  และทำนุบำรุงศิลปะ  ซึ่งที่เป็นคาดหวังของสังคม  พ่อแม่  ผู้ปกครองในการฝากลูกฝากหลาน  4  ปีเป็นอย่างน้อย  เพื่อให้มีปริญญาติดตัว

 

หน่วยงานที่เราต้องเกี่ยวข้องกับการประกันคุณภาพนั้นมีหลายค่าย  หน่วยงาน  เอาใกล้ตัว  คือ  สกอ.  แถมยังมี  สมศ.  กพร.  และโดยเฉพาะหลักสูตรที่มีวิชาชีพ  ก็จะมีสภาวิชาชีพของแต่ละสาขาอีกครั้ง 

 

กรอบการประกันคุณภาพอุดมศึกษาไทย  เริ่มจากหน่วยงานต้นสังกัด  คือ  สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา  ซึ่งมีหน้าที่ส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินงาน  กำหนดมาตรฐานและเกณฑ์  เนื่องจากปัจจุบันสถาบันอุดมศึกษาไทยมีมากมายเหลือเกิน  ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ  มหาวิทยาลัยราชภัฏ  รวมถึงเอกชนต่างๆ  ที่เป็นกระแสมากที่สุดในขณะนี้ที่มีผลกระทบกับคณาจารย์มากๆ  คือ  TQF  กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา  ซึ่งประกาศเมื่อปี  2552  ถ้าพูดถึง  มคอ.  มีหลายที่ติดตลก  คือ  ไม่มีใครเอา

 

อีกส่วนหนึ่งคือประกาศเรื่องการจัดการเรียนการสอนนอกสถานที่ตั้ง  ซึ่งไม่มีผลกระทบกับคณะสัตวแพทยฯ  แต่หลายคณะของ  มมส.  เรา  เช่น  คณะศึกษาศาสตร์  คณะการบัญชีฯ  ซึ่งการจัดการเรียนการสอนลักษณะนี้อยู่จำนวนมาก  ทำให้ต้องมีการยุบ  การเลิกการเปิดรับ  เพื่อให้เป็นไปตามกฎกระทรวงดังกล่าว

 

สำหรับหน้าที่ของ  สกอ.  อีกอย่างคือ  การกำหนดกรอบการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน  (IQA)  โดยเน้นกระบวนการทำงานคุณภาพ  PDCA  เป็นหลัก  สำหรับกรณีสถาบันอุดมศึกษาใดที่ไม่ผ่านเงื่อนไขการประเมินของ  สมศ.  นั้น  สมศ.  ก็จะทำข้อเสนอแนะในการปรับปรุง  และส่งมายัง  สกอ.  ในฐานต้นสังกัด  เพื่อการกำกับติดตามการปรับปรุงให้เป็นไปตามข้อเสนอแนะของ  สมศ.

 

สำหรับ  กพร.  หรือ  สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ  ซึ่งเกิดจากพระราชกฤษฎีกาการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี  พ.ศ.2546  โดยกำหนดให้ทุกหน่วยงานราชการทำคำรับรองการปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ  และให้เงินรางวัลเพื่อการสร้างแรงจูงใจ

 

สมศ.  ทำหน้าที่ประเมินคุณภาพภายนอก  ซึ่ง  มมส.  เราจะรับการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสาม  ช่วง  16-19  มกราคม  2555  นี้  รอบแรก  มมส.  รับการประเมินปี  2546  ประเมินแบบกัลยาณมิตร  ให้ข้อมูลป้อนกลับ  ไม่มีการตัดสินผล  รับรอง  หรือไม่รับรอง  ส่วนรอบสองเมื่อปี  2549  ซึ่งทั้งระดับคณะวิชาและสถาบันได้รับการระดับหมดแบบไม่มีเงื่อนไข

 

สำหรับรอบสาม  มมส.  มีหน่วยงานจัดการเรียนการสอนที่ต้องรับประเมิน  20  หน่วยงาน  ซึ่งมีโควตา  2  หน่วยงานที่ให้ตกได้ระดับสถาบันจึงจะได้รับการรับรอง       ซึ่งคงไม่มีคณะใดที่จะขอโควตาดังกล่าวแน่

 

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พ.ศ.2542  ถือเป็นคัมภีร์หรือกฎหมายการศึกษาที่สูงสุดของเราในขณะนี้  โดยสาระสำคัญหมวด  6  มาตราที่  47-51  ได้ให้ความสำคัญกับการประกันคุณภาพการศึกษาไว้ถึง  5  มาตรา  โดยเฉพาะมาตราที่  47  กำหนดไว้ว่า  ระบบประกันคุณภาพมี  2  ระบบ  คือ  ภายใน  และ  ภายนอก  จำง่ายๆคือ  ถ้าเป็นระบบประกันคุณภาพภายใน  นั้น  ดำเนินการโดยต้นสังกัด  คือ  สกอ.  ดำเนินการทุกปีการศึกษา  และระบบการประกันคุณภาพภายนอก  ดำเนินการโดย  สมศ.  ดำเนินการอย่างน้อย  1  ครั้งในทุกๆ  5  ปี

 

สำหรับมาตรา  48-51  ก็เป็นรายละเอียดการดำเนินงานของแต่ละระบบ  ซึ่งมีรายละเอียดในเอกสารประกอบการบรรยายแล้ว  จะไม่ขอลงในรายละเอียด

 

วัตถุประสงค์ที่  สกอ.  ต้องพัฒนาระบบและกลไกการประกันคุณภาพ  คือ  1)  เพื่อตรวจสอบและประเมินดูคุณภาพตามตัวบ่งชี้ในองค์ประกอบคุณภาพ  2)  ดูผลการดำเนินงานเมื่อเทียบกับเป้าหมายที่กำหนดไว้  3)  เพื่อให้ทราบจุดแข็ง  จุดที่ควรปรับปรุง  4)  เพื่อให้ข้อมูลสาธารณะตามที่  พรบ.การศึกษา  มาตรา  48  กำหนดไว้

 

สำหรับกฎกระทรวงว่าด้วยระบบ  หลักเกณฑ์และวิธีการประกันคุณภาพ  นั้น  สกอ.  ได้ประกาศมาตั้งแต่ปี  46  มาจึงถึง  ปัจจุบันได้ใช้กฎกระทรวงฯ  พ.ศ.53  ซึ่งรวมการประกันคุณภาพทั้ง  3  ระดับเข้าด้วยกัน  คือ  อุดมศึกษา  อาชีวศึกษา  และ         ขั้นพื้นฐาน  ซึ่งแต่ก่อนแต่ระดับการศึกษา  ก็ใช้กฎกระทรวงของใครของมัน  ผมจะนำเสนอแต่ส่วนที่สำคัญๆ  ที่เกี่ยวข้องเฉพาะกับอุดมศึกษาเท่านั้น

 

ตามกฎกระทรวงฉบับนี้ได้กำหนดให้มี  คณะกรรมการประกันคุณภาพภายในระดับอุดมศึกษา  หรือ  คปอ.  ซึ่งมีหน้าที่วางระเบียบหรืออกประกาศหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติต่างๆเกี่ยวกับการประกันคุณภาพระดับอุดมศึกษา  โดยระบบประกันคุณภาพการศึกษาภายใน  ตั้งแต่ปีการศึกษา  2553  ที่สำคัญๆคือ  กำหนดให้มีกระบวนการประเมินคุณภาพภายในโดยเริ่มจากระดับสาขาหรือภาควิชา  คณะ  และสถาบัน  โดยมีการจัดทำ  SAR  และเอกสารหลักฐาน  ผ่านระบบที่เรียกว่า  CHE  QA  ตั้งแต่ระดับคณะวิชาขึ้นไป  สำหรับภาควิชานั้นไม่ต้อง

 

สถาบันอุดมศึกษาสามารถพัฒนาตัวบ่งชี้และเกณฑ์การประกันคุณภาพเพิ่มเติมได้นอกเหนือจาก  สกอ.  กำหนดไว้  โดยตั้งแต่ปีการศึกษา  2553  กำหนดไว้  9  องค์ประกอบ  23  ตัวบ่งชี้  ซึ่งในกรณีมหาวิทยาลัยมหาสารคามกำหนดให้ระดับภาควิชารับการประเมิน  14  ตัวบ่งชี้  เป็นอย่างน้อย  สำหรับรายละเอียดในแต่ละตัวจะนำเสนอต่อไป

 

มาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา  ได้กำหนดสถาบันอุดมศึกษาออกเป็น  4  กลุ่มเน้น  คือ  1)  วิทยาลัยชุมชน  สอนระดับต่ำกว่าปริญญาตรี  2)  กลุ่ม  ข  สถาบันที่เน้นระดับปริญญาตรี  ซึ่ง  มมส.  เลือกอยู่ในกลุ่มเน้นนี้  ตามที่สภามหาวิทยาลัยเห็นชอบ  3)  สถาบันเฉพาะทาง  เช่น  สถาบันการพลศึกษา  มหาวิทยาลัยสงฆ์  และ  4)  สถาบันที่เน้นการวิจัยขั้นสูงและผลิตบัณฑิตระดับบัณฑิตศึกษา  เช่น  จุฬาลงกรณ์  เกษตรศาสตร์  มหิดล  เป็นต้น  ส่วนมากเป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ทั้งตั้งมานาน  ที่มีทุนทางองค์ความรู้สูงอยู่แล้ว

 

ตัวบ่งชี้การประเมินของ  สกอ.  ที่ออกมาใหม่  มี  2  ประเภท  คือ  ตัวบ่งชี้เชิงคุณภาพ  จะมีเกณฑ์มาตรฐานเป็นข้อๆ  และตัวบ่งชี้เชิงปริมาณ  จะอยู่ในรูปของค่าเฉลี่ย  ร้อยละ 

 

        การประเมินระดับภาควิชา  ต้องมีกรรมการประเมินอย่างน้อย  3  คน  เป็นผู้ที่อยู่นอกภาควิชาอย่างน้อย  1  คน  ที่ผ่านการอบรมหลักสูตรผู้ประเมินของ  สกอ.  และสำหรับประธานต้องเป็นผู้ที่อยู่นอกภาควิชา  และผ่านการอบรมหลักสูตรผู้ประเมินเช่นเดียวกัน

 

        สำหรับการประเมินคุณภาพระดับภาควิชา  ของคณะสัตวแพทยฯในปีการศึกษา  2554  นี้  ขอแนะนำให้ตั้งกรรมการมาชุดหนึ่ง  โดยแต่ละภาคก็ส่ง  1  คนมาร่วมเป็นกรรมการ  พอไปประเมินภาคที่  1  ตัวแทนกรรมการจากภาควิชาที่  1  ก็ถอนตัวออก  พอไปประเมินภาคที่  2  ตัวแทนกรรมการจากภาควิชาที่  2  ก็ถอนตัวออก  เป็นการประเมินที่เรียกว่า  “ประเมินไขว้”  ซึ่งจะทำให้คะแนนของแต่ละภาควิชาที่ออกมาน่าเชื่อถือ  เนื่องจากมาจากการตัดสินใจบนบรรทัดฐานของคณะกรรมการประเมินชุดเดียวกัน  และจะเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันและกันระหว่างภาควิชา

 

        ระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน  กรณีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม  เริ่มจากการวางแผนตั้งแต่คณะกรรมการดำเนินงานประกันคุณภาพฯ  คณะกรรมการบริหาร  คณะกรรมการสภา  ตามลำดับ  โดยมีการจัดทำคู่มือการประกันคุณภาพภายทุกๆ  สำหรับหน่วยงานจัดการเรียนการสอน  และสนับสนุนการเรียนการสอน  มีการติดตามการดำเนินงานตามตัวบ่งชี้และเกณฑ์ทุกรอบ  3  เดือน  นำเสนอคณะกรรมการบริหารและสภาเพื่อพิจารณา  และพอถึงเดือนเมษาของแต่ละปี  ระดับภาควิชาเริ่มจัดทำ  SAR  และทำการประเมินให้เสร็จ  และเดือนพฤษภาคม  ระดับคณะวิชารวบรวมข้อมูลจากระดับสาขาหรือภาควิชาจัดทำ  SAR  และประเมิน  และเดือนมิถุนายนระดับสถาบันก็จัดทำ  SAR  และประเมิน  ตามลำดับ  หลังจากนั้นแต่ละระดับนำผลการประเมินคุณภาพภายในมาประกอบการพิจารณาจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพ  หรือ Improvement  Plan

 

        โดยเกณฑ์การประเมินตามตัวบ่งชี้  9.1  ระบบการประกันคุณภาพภายใน  นั้น  กำหนดให้อธิการบดีต้องกำหนดนโยบายการประกันคุณภาพ  และทำการถ่ายทอดแก่บุคลากร  คำว่าถ่ายทอด  นั้น  หมายถึง  ต้อง  face  to  face  โดยอธิการบดีท่านปัจจุบัน  ผศ.ดร.ศุภชัย  สมัปปิโต  ได้ประกาศนโยบายการประกันคุณภาพปีการศึกษา  2554  เมื่อวันที่  28  กรกฎาคม  ที่ผ่านมา  จำนวน  14  ข้อ  ดังเอกสารประกอบการบรรยาย  นำเสนอบางนโยบายเท่านั้นที่เกี่ยวข้องกับระดับภาควิชา  และคณะวิชา  เช่น

                -  ทุกคณะต้องได้รับการรับรองมาตรฐานของการประกันคุณภาพภายในและภายนอก  นั้นหมายความว่าทั้ง  20  หน่วยงานจัดการเรียนการสอน  ต้องมีผลการประเมินอย่างน้อยตั้งแต่  3.51  จากคะแนนเต็ม  5

                -  จะวางระบบประกันตั้งแต่หลักสูตร  สาขาภาควิชา  คณะวิชา  ซึ่งตอนนี้ระดับหลักสูตรกำลังมีการจัดทำร่างกรอบการประกันคุณภาพหลักสูตร  น่าจะเริ่มใช้ได้ตั้งแต่ปีการศึกษา  2555

                -  มีการให้ความรู้การประกันคุณภาพแก่บุคลากรและนิสิต  ซึ่งกิจกรรมของคณะสัตวแพทยฯวันนี้ก็มีทั้ง  2  ส่วน  คือ  เช้าบรรยายให้คณาจารย์และบุคลากร  ส่วนช่วงบ่ายจะเป็นกิจกรรมให้ความรู้และทักษะการประกันคุณภาพแก่นิสิตของคณะ

 

        ขอนำเสนอข้อมูลของมหาวิทยาลัยมหาสาคามซักเล็กน้อย  เนื่องจากคณาจารย์และบุคลากรหลายท่านเพียงเข้ามาใหม่  วิสัยทัศน์ใหม่ของ  มมส  ในแผนกลยุทธ์  55-59  ที่สภาเห็นชอบเมื่อ  30  กันยายน  ที่ผ่านมา  คือ  เป็นมหาวิทยาลัย  1  ใน  10  ของประเทศที่ถูกจัดลำดับ  และได้รับการยอมรับอันดับ  1  การบริการวิชาการแก่สังคมชุมชนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

 

        ในส่วนของเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ขอความกรุณาทุกท่านช่วยท่องจำนิดหนึ่ง  ในกรณีในช่วงเดือนมกราคม  55  ที่กรรมการประเมินภายนอกจะเข้ามาตรวจ  เอกลักษณ์  คือ  การเป็นที่พึ่งของสังคมและชุมชน  ส่วนอัตลักษณ์  คือ  นิสิตกับการช่วยเหลือสังคมและชุมชน

 

        มมส.  เรามีหน่วยงานจัดการเรียนการสอน  20  คณะวิชา  แบ่งเป็น  3  กลุ่มสาขา  คือ  มนุษยศาสตร์  วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี  และวิทยาศาสตร์สุขภาพ                ซึ่งคณะสัตวแพทยฯอยู่ในกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ  และมีหน่วยงานสนับสนุนการเรียนการสอนเทียบเท่าคณะวิชา  9  หน่วยงาน  โดยมีหน่วยงานลักษณะหารายได้  หรือ  เสริมศึกษา  2  หน่วย  คือ  สำนักบริการวิชา  และศูนย์หนังสือ

 

        ค่านิยมองค์กร  คือ  TAKASILA  ซึ่งเอาคำขวัญของจังหวัดมหาสาคามมาตั้ง  พุทธมลฑลอีสาน  ถิ่นฐานอารยะธรรม  ผ้าไหมล้ำเลอค่า  ตักสิลานคร  ประกอบด้วย  การทำงานเป็นทีม  ภูมิปัญญาท้องถิ่น  ความรับผิดชอบต่อสังคม  การเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ  ความซื่อสัตย์  องค์การแห่งการเรียนรู้  และเครือข่ายทางการ

 

        ขอนำเสนอผลคะแนนการประเมินคุณภาพภายในปีการศึกษา  2553  ประเมินเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา  จาก  9  องค์ประกอบ  23  ตัวบ่งชี้ 

 

        ในปีการศึกษา  2553  ที่ผ่านมา  มหาวิทยาลัยให้คณะวิชาเป็นผู้เลือกประธานและกรรมการเองตามเงื่อนไขของ  สกอ.  โดยให้ประธานของแต่ละคณะที่เลือกมานั้น  ต้องเป็นกรรมการประเมินระดับสถาบันด้วย  โดยภาพรวมคะแนนระดับสถาบันอยู่ที่  4.12  ระดับคุณภาพ  แต่ถ้าดูคะแนนองค์ประกอบที่  2  การผลิตบัณฑิต  ได้  2.98  ระดับคุณภาพพอใช้  ซึ่งน่าตกใจ  เนื่องจาก  มมส  เราเลือกจุดเน้นกลุ่ม  ข  เน้นการผลิตบัณฑิตระดับปริญญา  ซึ่งสามารถมี  2  3  ประการที่ทำให้คะแนนเป็นแบบนี้  ประการแรก  คือ  เรื่องของทุกหลักสูตรต้องได้มาตรฐาน  ประการที่สองเรื่องของร้อยละของอาจารย์ที่มีตำแหน่งทางวิชา  และอีกสาเหตุสุดท้ายเกี่ยวกับการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

 

        สำหรับคะแนนของรายคณะวิชา  สูงที่สุดคือ  คณะเภสัชศาสตร์  4.91  คะแนน  ซึ่งเป็นที่  1  มาสองสามปีแล้ว

 

        ผลการประเมินตนเอง  หรือ  SAR  ระดับสถาบัน  ที่จะรับการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสาม  จาก  สมศ.  ช่วงเดือนมกราคม  55  นี้  จากจำนวน  20  ตัวบ่งชี้ตามกรอบการประเมิน  พบว่า  11  ตัวบ่งชี้แรกได้คะแนน  4.66  และทุกตัวบ่งชี้ได้  4.53  คะแนน

 

        จุดอ่อนของมหาวิทยาลัยและแนวทางแก้ไข  เช่น  จัดตั้งศูนย์ส่งเสริมและจัดหางานให้นิสิต  รายวิชาสหกิจศึกษา  โครงการ  1  หลักสูตร  1  ชุมชน  ซึ่งในปีนี้มหาวิทยาลัยเน้นให้นิสิตเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมโครงการดังกล่าวกับอาจารย์และชุมชน

        ขออนุญาตนำสไลด์หัวข้อ  การบริการระบบการประกันคุณภาพการศึกษา  ของผู้ช่วยศาสตราจารย์  ดร.จินดา  งามสุทธิ  มาเล่าให้ฟังซักเล็กน้อย 

                -  การควบคุมคุณภาพ  คือ  การให้ความรู้การประกันคุณภาพระดับต่างๆให้แก่บุคลากร

-  การตรวจสอบคุณภาพ  คือ  การตรวจสอบ  Check  List  ตัวเองเทียบกับเกณฑ์การประเมิน  ว่าแต่ละช่วงเวลานั้นอยู่ในระดับใดแล้ว  เพื่อการแก้ไขปรับปรับให้ทันการณ์  ก่อนจะสิ้นสุดวงรอบปีการศึกษา  โดยสมัยเริ่มต้นของการประกันคุณภาพภายใน  ตั้งแต่อาจารย์จินดา  เรียกว่า  SSR  หรือ  self  study  report

                -  การประเมินคุณภาพภายใน  หรือ  SAR  การประเมินตนเองตามเกณฑ์การประเมินคุณภาพ  เพื่อรับประเมินจากคณะกรรมการที่มีคุณสมบัติ

                -  การรับรองคุณภาพ  คือ  การประเมินภายนอก  จาก  สมศ.  เพื่อการรับรอง  หรือ  ไม่รับรองคุณภาพมาตรฐานการศึกษา

 

        กรอบการประกันคุณภาพภายใน  มมส  ที่คณะกรรมการบริหารเห็นชอบ  เมื่อวันที่  28  มิถุนายน  2554  มีจำนวน  9  องค์กอบ  44  ตัวบ่งชี้  ซึ่งเป็นการรวมเอาตัวบ่งชี้  สกอ.  สมศ  และอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเข้าด้วยกัน  เป็นตัวบ่งชี้  สกอ.  23  ตัวบ่งชี้  เป็นตัวบ่งชี้  สมศ.  20  ตัวบ่งชี้  และอัตลักษณ์ของวิทยาลัย  1  ตัว  ซึ่งระดับภาควิชาต้องรับการประเมิน  2  องค์ประกอบ  คือ  ด้านการผลิตบัณฑิต  10  ตัวบ่งชี้  และด้านการวิจัย  4  ตัวบ่งชี้  โดยจะขอนำเสนอรายละเอียดในแต่ละตัวดังนี้     

 

                ตัวบ่งชี้  2.1  ระบบและกลไกการพัฒนาและบริหารหลักสูตร  จะเห็นว่ามีวงเล็บ  P  อยู่หลังชื่อตัวบ่งชี้  นั้นหมายความว่าตัวบ่งชี้นี้  วัด  process  หรือกระบวนการทำงาน  เป็นตัวบ่งชี้เชิงคุณภาพ  มีเกณฑ์มาตรฐาน  5  ข้อ  สำหรับกลุ่ม  ข  สำหรับภาควิชานั้น  เรื่องของระบบและกลไกเปิด-เปิด-ปรับปรุงหลักสูตร  นั้น  ไม่ต้องทำขึ้นมาให้  สามารถล้อตามของระดับคณะหรือมหาวิทยาลัยได้เลย  แต่หน้าที่ของภาควิชาที่ต้องดำเนินการคือ  เกณฑ์มาตรฐานข้อ  3-5  ซึ่งเมื่อประเมินแล้วผลที่ออกมาอาจจะไม่เหมือนกันทุกภาควิชา  ขึ้นอยู่กับศักภาพการดำเนินการของแต่ละภาควิชา

 

                ตัวบ่งชี้  2.2  และ  2.3  เป็นตัวบ่งชี้เชิงปริมาณ  วัดตรงไม่มีอะไรซับซ้อน  เรื่องของอาจารย์วุฒิปริญญาเอก  และตำแหน่งทางวิชาการ  ซึ่งรายละเอียดตามเอกสารประกอบการบรรยาย

 

                ตัวบ่งชี้  2.6  ระบบและกลไกการจัดการเรียนการสอน  จะเห็นได้ว่าตัวบ่งชี้เชิงคุณภาพจะมักมีคำว่า  ระบบ  และ  กลไก  ซึ่งระบบ  คือ  ขั้นตอนและวิธีการดำเนินงาน  ส่วน  กลไก  คือ  ส่งที่ช่วยขับเคลื่อนให้เป็นไปตามระบบ  เช่น  คณะกรรมการ  หรือ  งบประมาณ  เป็นต้น  ตัวบ่งชี้  2.6  จะเน้นเกี่ยวกับ  มคอ.3  มคอ.4  ก่อนเปิดภาคเรียน  การให้ผู้มีประสบการณ์ภายนอกเข้ามาร่วมสอน  การที่ให้อาจารย์ทำวิจัยในชั้นเรียนหรือ  KM  กันเกี่ยวกับการสอนรายวิชา

 

                ตัวบ่งชี้  2.7  ระบบและกลไกการพัฒนาสัมฤทธิผลการเรียนตามคุณลักษณะของบัณฑิต  เน้นเรื่อง  การส่งเสริมสนับสนุนทรัพยากร  เทคโนโลยีและงบประมาณ  การให้นิสิตเข้าร่วมกิจกรรมทางวิชาการและกิจกรรมเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรม

 

                สำหรับตัวบ่งชี้ที่เหลือเป็นตัวบ่งชี้เชิงปริมาณ  ซึ่งเข้าใจได้ไม่ยากนัก  ขอความกรุณาทุกท่านกลับไปอ่านรายละเอียดในภายหลังเอง  เนื่องจากตอนนี้ก็  เที่ยงตรงแล้ว

 

        ผมขอสรุปสั้นๆ  สุดท้าย  เกี่ยวกับการดำเนินงานประกันคุณภาพภายใน  “ระดับภาควิชา”  อย่างนี้นะครับ

1.  เริ่มจากการแต่งตั้งคณะกรรมการประกันคุณภาพของภาควิชา  ซึ่งหัวหน้าภาควิชา  ต้องเป็นประธานสูงสุด

2.  พิจารณากำหนดตัวบ่งชี้และเกณฑ์เพิ่มเติมจากที่มหาวิทยาลัยกำหนดไว้  14  ตัวบ่งชี้  ซึ่งให้ดูจุดเน้นหรืออัตลักษณ์ของแต่ละภาควิชา  หรือไม่ก็เอาตัวบ่งชี้หรือเกณฑ์ของสภาสัตวแพทย์เข้ามาเป็นตัวบ่งชี้ประกันคุณภาพภายในไปด้วยเลย

3.  กำหนดและทำการมอบหมายผู้รับผิดชอบตัวบ่งชี้และเกณฑ์  และจัดทำแผนการติดตามการดำเนินงาน  ว่าใครรับผิดชอบ  ใครควบคุม  ใครกำกับ  จะกิจกรรมอะไรบ้าง  เมื่อใด

4.  ติดตามการดำเนินงานตามแผนการติดตามฯจากข้อ 3  เป็นระยะ  เพื่อให้การแก้ไข  ปรับปรุงได้ทันท่วงที  ก่อนที่จะหมดปีการศึกษา

5.  พอถึงช่วงเมษา55  จัดทำ  SAR  และประชุมวิพากษ์  SAR  ร่วมกันทั้งภาควิชา  ไม่ใช่รู้เฉพาะหัวหน้าภาค  และเลขาภาคเท่านั้น

6.  จัดทำแผนพัฒนาคุณภาพจากผลการประเมินระดับภาควิชา

 

        ขอขอบคุณคณาจารย์และบุคลากรทุกท่าน

        กัมปนาท  อาชา

        สวัสดี

        (เวลา  12.10  น.)

Share and Enjoy:
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Twitter
  • Print

You must be logged in to post a comment.