1

บัตรสนเท่ห์กับการร้องเรียน

บัตรสนเท่ห์กับการร้องเรียน
         ในแวดวงราชการ หน่วยงานของรัฐหรือภาคเอกชนก็ตาม ย่อมจะมีการร้องเรียนกล่าวหาข้าราชการ พนักงานหรือลูกจ้างอยู่เสมอหน่วยงานเหล่านั้นก็จะมีการดำเนินการสืบสวนหาข้อมูลเบื้องต้นเสียก่อนที่จะดำเนินการประการอื่นต่อไปตามอำนาจหน้าที่

         การร้องเรียนกล่าวหากันนั้น มีทั้งผู้ที่กล้าเปิดเผยตัวเอง  และไม่เปิดเผยตัวเองมาในรูปแบบของบัตรสนเท่ห์ไม่ลงชื่อหรือลงชื่อไม่จริงก็มี ทั้งในรูปแบบเขียนด้วยลายมือและตัวพิมพ์  และที่สำคัญผู้ที่ถูกร้องเรียนหรือกล่าวหา  ก็มักจะต้องการทราบข้อความในหนังสือร้องเรียน  หรือต้องการดูลายมือของผู้เขียน  ในประเด็นนี้  คณะรัฐมนตรีได้กำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการร้องเรียนกล่าวโทษข้าราชการไว้โดยสรุปความได้ดังนี้

         1) เมื่อผู้บังคับบัญชาได้รับเรื่องกล่าวโทษ  ให้ถือเป็นความลับหากเป็นบัตรสนเท่ห์  และให้พิจารณาเฉพาะรายที่ระบุพยานหลักฐาน  กรณีแวดล้อมปรากฏชัดแจ้ง  ตลอดจนชี้พยานบุคคลแน่นอนเท่านั้น

         2) ให้ส่งสำนวนเรื่องดังกล่าวโดยปิดชื่อผู้ร้องให้ผู้บังคับบัญชาของผู้ถูกกล่าวโทษดำเนินการสืบสวนทางลับ  หากไม่มีมูลก็ให้ยุติเรื่อง  หากกรณีมีมูลก็ให้ดำเนินการทั้งคดีอาญาและวินัยแล้วรายงานให้ผู้บังคับบัญชาที่ส่งเรื่องมาทราบด้วย

         3) ให้ผู้บังคับบัญชาที่รับเรื่องร้องเรียนแจ้งผู้ร้องทราบในทางลับ

         4) ให้ผู้บังคับบัญชาใช้ดุลพินิจสั่งการที่สมควรเพื่อคุ้มครองผู้ร้องพยานหรือผู้ให้ข้อมูลในการสืบสวนสอบสวนอย่าให้ต้องรับภัย หรือความไม่ชอบธรรมอันเนื่องมาจากการนั้นด้วย ดูรายละเอียดที่  (หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร 0206/ว 218 ลงวันที่ 25 ธันวาคม ) และที่ นร 0205/ว 31 ลงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2542)

 ประเด็นปัญหาที่ต้องพิจารณากันคือ
           หากผู้ถูกร้องเรียนกล่าวหาหรือกล่าวโทษประสงค์จะขอสำเนาหนังสือร้องเรียนหรือบัตรสนเท่ห์หรือรายงานการสืบสวนข้อเท็จจริงเหล่านั้น ทางราชการจะต้องสำเนาให้หรือไม่    ในประเด็นนี้ส่วนราชการก็จะปฏิเสธตามมติคณะรัฐมนตรีประกอบพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540  ผู้ร้องขอจึงต้องไปอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร

         ในประเด็นดังกล่าวข้างต้น  คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร  เคยมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ โดยสรุปได้ดังนี้

         1) บัตรสนเท่ห์  กรณีนี้เกี่ยวกับการใช้ชื่อสกุลใหม่  การส่งบัตรสนเท่ห์เป็นการกระทำที่เป็นประโยชน์แก่ทางราชการ ทำให้การใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพ  และยังเป็นหน้าที่พลเมืองดีพึงกระทำและสมควรได้รับการคุ้มครองโดยไม่ต้องพิจารณาว่าการส่งบัตรสนเท่ห์ดังกล่าว  มีมูลเหตุมาจากกรณีใดและกรณีนี้บัตรสนเท่ห์เขียนด้วยลายมือ  อาจทำให้ทราบได้ว่าผู้ใดเขียน การที่ส่วนราชการสั่งไม่เปิดเผย  จึงชอบแล้ว (คำวินิจฉัยที่ สค 83/2545)

         2) หนังสือร้องเรียน  กรณีนี้ข้อมูลตามหนังสือเป็นข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่ผู้ให้มาไม่ประสงค์ให้นำไปเปิดเผยต่อผู้อื่นตามมาตรา 15(6) และมาตรา 24
แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารฯ  และไม่ปรากฏข้อมูลใดเกี่ยวกับผู้อุทธรณ์แต่มีลักษณะเป็นการร้องขอความช่วยเหลือเป็นการส่วนตัว และไม่มีข้อความใดที่ผู้อุทธรณ์จำต้องทราบเพื่อปกป้องสิทธิของตน (คำวินิจฉัยที่ สค 59/2545)

          3) การสืบสวนข้อเท็จจริง  กรณีนี้การสืบสวนข้อเท็จจริงเป็นอำนาจหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาที่จะดำเนินการเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงเรื่องใด เรื่องหนึ่งไม่ว่าจะมีการร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาหรือไม่อีกประการหนึ่งคณะกรรมการสืบสวน(สอบสวน) ข้อเท็จจริงก็ได้สรุปข้อร้องเรียนให้ทราบแล้ว อีกทั้งกรณีนี้เป็นการสืบสวนข้อเท็จจริงมิใช่สอบสวนทางวินัย
และการดำเนินการก็ยังไม่แล้วเสร็จ อาจทำให้มีการรบกวนต่อพยานหลักฐานได้ การที่ส่วนราชการปฏิเสธการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารนั้นชอบแล้ว (คำวินิจฉัยที่ สค 33/2545)

ที่มา : http://www.charuaypontorranin.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538668958&Ntype=4

Share and Enjoy:
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Twitter
  • Print
  1. anuchida.pd พูดว่า:

    หาหเปรียบเทียบเเล้ว
    บัตรสนเท่ห์ก็คล้ายกับ การกล่าวโทษ ส่วนการร้องเรียน คล้ายกับ คำร้องทุกข์ ตาม ป.วิ. อาญา หรือไม่?

You must be logged in to post a comment.