1

การเขียน : แง่คิดจากอธิการบดี

ผมถอดประเด็นคำกล่าวเปิดเกี่ยวกับแง่คิดเกี่ยวกับ  “การเขียน”  ของท่านอธิการบดี  ในโครงการจัดการความรู้  เรื่อง  การเขียนรายงานการประเมินตนเอง  SAR  เมื่อวันที่  28  มีนาคม  2555  มาฝากทุกท่านครับ

————————————————

อธิการบดี  :  ผู้ช่วยศาสตราจารย์  ดร.ศุภชัย  สมัปปิโต

การประเมินภายในและการประเมินภายนอกในหลายรอบปีการศึกษาที่ผ่านมา  คณะกรรมการประเมินได้มีข้อสังเกตเกี่ยวกับกระบวนการการเขียนรายงานการประเมินตนเอง  (SAR)  ว่ายังมีรูปแบบและวิธีในการนำเสนอที่ไม่เข้มข้น  ไม่ตรงกับเป้าหมาย  และเกณฑ์การประเมินในตัวบ่งชี้ที่กำหนดไว้ในคู่มือการประกันคุณภาพ

บางครั้งคณะกรรมการฯมีข้อสงสัยว่าตอนที่นำเสนอด้วยวาจานั้นสามารถอธิบายที่มีผลการดำเนินงานครอบคลุมภารกิจต่างๆ  ได้อย่างดี  แต่เมื่อนำเสนอด้วยการเขียนที่เป็นลายลักษณ์หรือรายงานการประเมินตนเอง  (SAR)  ไม่ได้นำสิ่งที่พูดด้วยวาจานั้นไปเขียน

โลกปัจจุบันนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นโลกของคนยุคใหม่  การเขียนเอกสาร  การจัดบันทึกต่างๆเริ่มน้อยลง  ถ้ามีก็เป็นแบบกระชับ  สั้น  ฮ่วน  ไม่สามารถจับต้องใจความได้  โดยต้องให้ผู้อ่านตีความเอาเอง  ซึ่งเป็นลักษณะหรือบุคลิกของคนยุคใหม่  โดยในอนาคตจะทำให้เกิดปัญหามากกว่านี้เพราะว่าเข้าสู่ยุคของอิเลคทรอนิกส์ทั้งหมด  ซึ่งจะใช้วิธีการพิมพ์อย่างเดียว  จะเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Copy  and Paste  ดังนั้นกระบวนการเขียนนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก  ซึ่งผู้รับผิดชอบงานประกันคุณภาพของหน่วยงานต้องใส่ใจและฝึกฝนตนเอง

ผลกระทบปัจจุบันที่มีอยู่ในมหาวิทยาลัย  คือ การเขียน  ป01  02 03  04  มักเขียนกันไม่ค่อยเป็น  สิ่งที่เขียนมาก็แบบส่งๆ  ซึ่งทำให้ผู้ประเมินไม่รู้จะประเมินอะไร  จับต้องไม่ได้ไม่เป็นรูปธรรม  ในเร็ววันนี้บุคลากรทุกๆสายงานของมหาวิทยาลัยอาจจะได้ผลกระทบจากการบริหารงานบุคคลของมหาวิทยาลัยที่จะเน้นให้แต่ละคนเขียนรายงานผลการปฏิบัติงานของตนเองที่เข้มข้นขึ้น  ด้วยสาเหตุคือ การประเมินที่ไม่สามารถจับต้องได้และไม่เป็นในแนวทางนโยบายที่วางไว้  ทำให้พันธกิจหรือวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยที่วางไว้ไม่ประสบความสำเร็จ  ดังนั้น แต่ละคนก็จะถูกจัดอันดับอยู่หลายประเภท
เช่น  ประเภทที่สามารถทำได้โดดเด่น  ประเภทที่พอใช้  ประเภทที่ต้องปรับปรุง  เป็นต้น

ปีนี้เป็นที่โชคดีเรื่อง  TQF  ได้ขอเลื่อนไปประเมินปีหน้า แต่หลายอย่างในการศึกษาระดับอุดมศึกษากำลังมีอะไรที่เปลี่ยนไปมาก  เช่น ข่าวเมื่อคืนคุรุสภาจะแก้ไข พรบ  วิชาชีพครู  โดยผู้ที่จะเป็นครูต่อไปนั้น  ไม่จำเป็นต้องจบทางสายครุศาสตร์  ศึกษาศาสตร์  จบสาขาใด  แต่ภายใน  3 ปีหลังจากที่สอบบรรจุได้ จะต้องไปอบรมเพื่อให้ได้ใบประกอบวิชาชีพ ซึ่งนั่นก็จะเป็นทิศทางต่อไปหรือจะเห็นว่านโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนใหม่และรัฐบาล  กรณี ครูพันธ์ใหม่ต่อไปจะบรรจุเพียง  30%  ส่วนที่เหลือต้องไปสอบแข่งขันเอง

ดังนั้นจึงชี้ให้เห็นว่าอุดมศึกษาได้เปลี่ยนไป ซึ่งยังไม่ได้พูดถึงการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่  21
เป็นการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรง สาเหตุจาก  tablet เพราะเป็นยุคของเทคโนโลยีสารสนเทศ  โดยข่าวจาก กสทช  เมื่อวันอาทิตย์ที่  25 มีนาคม  2555  ที่ผ่านมานั้น บอกว่าในอีก  5  ปี เทคโนโลยีทุกอย่างจะเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งทุกคนก็ไม่สามารถจะเปลี่ยนแปลงได้เท่าทันกันทั้งหมด  มือถือที่ใช้อยู่ปัจจุบันเขาจะเลิกใช้กันแล้วประเภทที่ใช้โทรแล้วได้ยินแต่เสียง  ต่อไปจะต้องเป็นโทรศัพท์ที่มีเสียงและภาพ  เห็นกิจกรรมต่างๆ

ล่าสุด  กบม. แจ้งว่าหน่วยงานใดไม่ส่งผลการประเมินคำรับรองการปฏิบัติราชการ  ปีงบประมาณ
54  ภายในวันที่  20  เมษายน  2555 ถึงกองการเจ้าหน้าที่  มาตรการ  คือ  บุคลากรทุกคนในหน่วยงานนั้นจะไม่ได้รับการขึ้นเลื่อนเงินเดือน

ดังนั้นขอให้ทุกคนอย่าปฏิเสธหน้าที่ที่ตนเองรับผิดชอบอยู่

Share and Enjoy:
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Twitter
  • Print
  1. สวัสดิ์น้อย กองทะเบียนฯ พูดว่า:

    หลายท่านอาจจะยังตามไม่ทันเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงหลายๆ ด้าน เห็นด้วยกับที่หลายท่านหรือตังผมเองมีข้อบกพร่องด้านการเขียนคงต้องพัฒนากันต่อไปครับ ขอขอบพระคุณข้อมูลจากพี่แจ๊คมากครับ

You must be logged in to post a comment.