2

สำหรับมือใหม่-หัดส่องพระสมเด็จ

 

แม่พิมพ์เดียวกันจะเหมือนกันทุกองค์ จะมีตำหนิเพี้ยนเล็กน้อยเกิดจากการกดหนักเบา หรือแม่พิมพ์เคลื่อน แม่พิมพ์ตื้น หรือชำรุดจากการใช้งานมาก แกว่ง แห้ง ย่น แต่หนึกนุ่มนวลตา ไม่แห้งกระด้าง เนื้อกล้วยมากมีสีชมพูอ่อน หรือเหลืองอ่อนปูนมากเนื้อจะขาว บางองค์เนื้อพระเป็นสีน้ำตาลเข้มที่เรียกว่า “พระเนื้อจัด .ยุบ ย่น ยับ แยก.สีปูน = แสดงถึงความเก่า

มวลสารมีมากบ้าง

-       เม็ดดำ

-       เม็ดแดง (อัฐิซุ้ม ๘)

-       ก้อนขาวใส (ขาวขุ่นหรือเท่าอ่อน) แต่แข็งแกร่ง ฝังในเนื้อพระ เรียกว่า “แร่หิน”

-       ผงขาวขุ่น เม็ดก้อนเล็ก ๆ เรียกว่า “ผงพุทธคุณ”

-       มีเนื้องอก “จากผงวิเศษ” ยุคออกจากเนื้อพระมีลักษณะเป็นเม็ดเล็กกลมใสสีชมพูอ่อน สีน้ำตาล สีขาว ตามสีของเนื้อพระ

-       ไม่ยึดติดแบบใดแบบหนึ่งเป็นทฤษฏีถ่ายทอดกันมาผิด ๆ

 

สมเด็จวัดระฆัง

๑.พิมพ์ใหญ่ (แม่พิมพ์ใหญ่)

  • พิมพ์ใหญ่
  • พิมพ์ใหญ่พระประธาน
  • พิมพ์ใหญ่เกศทะลุซุ้ม

๒.พิมพ์ใหญ่ (แม่พิมพ์กลาง)

  • อกกระบอก
  • อกกระบอกพระประธาน
  • อกกระบอกเกศทะลุซุ้ม
  • อกผาย
  • อกผายพระประธาน
  • อกผายเกศทะลุซุ้ม
  • อกวี
  • อกวีพระประธาน
  • อกวีเกศทะลุซุ้ม
  • อกวีฟันหนู (มีเส้นติ่งปลายแหลมใต้เส้นซุ้มล่างด้านขวา)
  • พิมพ์อกวีฟันหนูพระประธาน
  • พิมพ์อกร่องเกศทะลุซุ้ม
  • พิมพ์จีวร
  • พิมพ์สังฆาฏิ (พิมพ์เทวดา)

๓.พิมพ์ใหญ่ (แม่พิมพ์เล็กหรืออกยู)

  • พิมพ์เล็ก (อกยู)
  • พิมพ์เล็ก (อกยู) พระประธาน
  • พิมพ์เล็ก (อกยู) เกศทะลุซุ้ม

๔.พิมพ์ทรงเจดีย์

  • พิมพ์เจดีย์ใหญ่
  • พิมพ์เจดีย์กลาง
  • พิมพ์เจดีย์เล็ก
  • พิมพ์เจดีย์มีหู
  • พิมพ์เจดีย์ไม่มีหู
  • พิมพ์เจดีย์เกศปลี
  • พิมพ์เจดีย์เกศเรียว
  • พิมพ์เจดีย์พระประธาน

๕.พิมพ์เกศบัวตูม

  • พิมพ์เกศบัวตูมใหญ่
  • พิมพ์เกศบัวตูเล็ก

๖.พิมพ์ฐานแซม

  • พิมพ์ฐานแซมอกตัน
  • พิมพ์ฐานแซมอกร่อง
  • พิมพ์ฐานแซมเกศทะลุซุ้ม

๗.พิมพ์ปรกโพธิ์

  • พิมพ์ปรกโพธิ์เม็ด
  • พิมพ์ปรกโพธิ์ ๗ ใบ
  • พิมพ์ปรกโพธิ์ ๘ ใบ
  • พิมพ์ปรกโพธิ์ ๙ ใบ

 

ส่วนผสมที่อยู่ในพระสมเด็จวัดระฆัง

๑.เนื้อข้าวสุก

 

๒.เม็ดข้าวสุกหัก : สีขาว/ขาวอมเหลือง (อยู่ในเนื้อพระทุกองค์)

 

๓.แผ่นข้าวสุก : เคลือบผิวพระสีขาว

 

๔.แผ่นเกล็ดข้าวสุก แผ่นเกล็ดคลุมพื้นผิว เกิดจากการหดตัวของเนื้อพระและการบีบรัดของรักเก่า

 

๕.เนื้อแก่กล้วยสุก : เนื้อจะเป็นสีขาวอมเหลือง หนึกนุ่มนวลตา

 

๖.เนื้อแก่แป้งปูน : เนื้อพระจะเป็นสีขาว นุ่มนวลตา

 

๗.คราบน้ำมันตังอิ๊ว : ขับออกมาปกคลุมผิวพระเป็นสีน้ำตาล

 

๘.เนื้อแก่ขนุนสุก : เนื้อพระจะเป็นสีเหลืองอ่อน หนึกนุ่ม

 

๙.ผงวิเศษ : ทำให้เกิดเนื้องอก มวลสารที่อยู่ในรอบแยกของเนื้อพระ

 

๑๐.เม็ดเกสรดอกไม้ : ดอกไม้มงคลแห้งสีน้ำตาลแก่และอ่อน มี ๒ ขนาด

  • ขนาดเล็ก หดตัวอยู่ภายในรูพรุนปลายเข็ม
  • เป็นเม็ดขนาดเล็กหดตัวอยู่ในรอยแยกของเนื้อพระ

 

๑๑.เม็ดผงพุทธคุณ : เม็ดสีขาว แร่หินสีขาวขุ่น

 

๑๒.เม็ดพระธาตุ : เม็ดขาวอมเหลือง

 

๑๓.แร่หินสีขาว : เป็นเม็ดหินแข็งแกร่งเมื่อหลุดร่อนออกจากเนื้อพระทำให้เกิดหลุมบ่อ

 

๑๔.แร่หินสีขาวขุ่น

๑๕.แร่หินสีเทา

๑๖.เม็ดแดง : เศษเนื้อพระซุ้มกอป่น

๑๗.เม็ดดำ : เม็ดถ่านจากเตาเผาปูนขาวเปลือกหอยทะเล มี ๒ ขนาด

  • หัวไม้ขีดไฟ จะอยู่ในรอยแยกของเนื้อพระ
  • ขนาดเท่าเมล็ดงาจะหลุดรอนออกจากเนื้อพระเป็นรูพรุนปลายเข็ม

๑๘.เม็ดพระธาตุงอก : เม็ดสีขาวใสเล็ก ๆ ผุดขึ้นบนเม็ดพระธาตุ

๑๙.เศษก้านธูป

๒๐.เศษชิ้นผ้าแพรหรือเส้นด้าน

๒๑.แร่ทรายทอง

รวบรวม : ศาสตราจารย์ ดร.ปรีชา  ประเทพา

พิมพ์ : อัญชลี  พลอยเพ็ชร 

แหล่งข้อมูล http://www.bloggang.com

Share and Enjoy:
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Twitter
  • Print
  1. phanomphon พูดว่า:

    ที่จริงเรื่องนี้ มีคนในมหาวิทยาลัยและในจังหวัด สนใจอยู่ด้วยกันมากพอสมควร ถ้าเกิดการรวมตัวหรือรวมกลุ่ม และมีเวทีให้มาเจอกันเป็นระยะ ก็จะดีมากๆ เลย คะ และศาสตร์เรื่องนี้ก็เป็นที่น่ารักษาไว้ให้คนไทยต่อไป ไม่อยากให้มองว่าเป็นเรื่องงมงายคะ แต่อยากให้เราคิดว่ามันเป็นที่มาของบรรพบุรุษของเรา และก็เป็นเรื่องที่ดีงามที่ควรรักษา ขอบคุณคะสำหรับความรู้

  2. suminyamat พูดว่า:

    ขอบคุณสำหรับความรู้ค่ะ สาธุด้วยค่ะ

You must be logged in to post a comment.