3

Always Late : สายเสมอ

 

 

Always Late : สายเสมอ

 

 

 

          เวลาราชการ ย่อมเข้าใจกันดีว่า ตั้งแต่เช้าแปดโมงครึ่ง พักเที่ยงถึงบ่ายโมงแล้วต่อไปถึงเย็นสี่โมงครึ่ง เป็นที่รับทราบและถือปฏิบัติทั้งภาครัฐและชาวประชา แบบไม่ต้องอ้างอิงกฎหมายให้ยุ่งยาก

          เรื่องนี้มีประกาศ สำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดเวลาทำงานและวันหยุดราชการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2502 กำหนดเวลาทำงานของข้าราชการทั่วไปให้เริ่มทำงาน ตั้งแต่เวลา 08.30 นาฬิกา ถึงเวลา 16.30 นาฬิกา หยุดกลางวันเวลา 12.00 นาฬิกา ถึงเวลา 13.00 นาฬิกา

          ฉะนั้นมาทำงานหลังแปดโมงครึ่งถือว่ามาสายตามกฎหมาย ทำบ่อย ๆ ในวงการเขาจะแอบขนานนามว่า  “เจ้าชายสายเสมอ” หรือ “คุณนายสายเสมอ”  กลับก่อนสี่โมงครึ่งถือว่า กลับก่อนเวลา ทั้งมาสายและกลับก่อนเวลาไม่เป็นมงคล และผลดีทั้งคู่ การมาสายบ่อย ๆ เจ้านายย่อมเพ่งเล็ง และอาจเอาขั้นเงินเดือนไป แพลงกิ้ง : planking ก็ได้

          เวลาการทำงานเป็นกระบวนการพัฒนาประสิทธิภาพของข้าราชการในการให้บริการประชาชนได้อย่างหนึ่ง  ดังนั้น ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีข้างต้น จึงให้อำนาจส่วนราชการต่าง ๆ ที่จะกำหนดเวลาทำงานได้ตามความจำเป็น

          ดังเช่น ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการกำหนดเวลาทำงานและวันหยุดราชการของสถานศึกษา พ.ศ. 2520 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2526  จึงกำหนดให้ข้าราชการที่ปฏิบัติงานในสถานศึกษามาถึงสถานศึกษาก่อนเวลาทำงานปกติอย่างน้อย 15 นาที  และกลับหลังเวลาปกติไม่น้อยกว่า 15 นาที

          ผลปรากฏว่าคุณครูท่านหนึ่งลงเวลาทำงานหลังเวลา 08.15 น. เกินโควตาที่คณะกรรมการกลั่นกรองและเสนอแนะการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการและลูกจ้างประจำของโรงเรียนกำหนดไว้ 8 ครั้ง

          ถึงเวลาให้ความดีความชอบ คุณครูท่านนี้ไม่ได้รับการเลื่อนขั้นเงินเดือน เนื่องจากมาทำงานสายเกิน 8 ครั้ง จึงมีการฟ้องเป็นคดีปกครอง โดยผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอนคำสั่ง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ที่ไม่เลื่อนขั้นเงินเดือนดังกล่าว  ให้ประเมินผลงานให้ชอบด้วยกฎหมาย โดยอ้างประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับดังกล่าวที่กำหนดเวลาทำงานแปดโมงครึ่งถึงสี่โมงครึ่ง

          ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

          ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสอง (ผู้อำนวยการโรงเรียน, สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา) อุทธรณ์

          ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า ระเบียบที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดเวลาทำงานดังกล่าวอาศัยอำนาจตามข้อ 3 ของประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดเวลาทำงานและวันหยุดราชการฯ ดังกล่าวซึ่งกำหนดว่า สำหรับสถานศึกษาให้เป็นไปตามระเบียบที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด

          เนื่องจากลักษณะของงานและภารกิจของข้าราชการในสถานศึกษามีลักษณะแตกต่างกับข้าราชการทั่วไป  นอกจากภารกิจในด้านการเรียนการสอนแล้ว ยังมีภารกิจในการดูแลความปลอดภัยและควบคุมความประพฤติ อบรมปลูกฝังระเบียบวินัยของนักเรียนทั้งก่อนเข้าห้องเรียนและในห้องเรียน อันเป็นภารกิจที่ต้องปฏิบัติมากกว่าการทำงานของข้าราชการทั่วไป

          ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยกำหนดเวลาทำงานและวันหยุดราชการของสถานศึกษา พ.ศ. 2520 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2526 ข้อ 8 จึงกำหนดให้ข้าราชการที่ปฏิบัติงานในสถานศึกษามาถึงสถานศึกษาก่อนเวลาทำงานปกติอย่างน้อย 15 นาที  และกลับหลังเวลาทำงานปกติไม่น้อยกว่า 15 นาที เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะงาน

          ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้แจ้งในที่ประชุมครูเกี่ยวกับการลงเวลาปฏิบัติราชการขีดเส้นแดง 8.15 นาฬิกาใต้เส้นแดงถือว่ามาสาย ถือได้ว่าเป็นการแจ้งให้ข้าราชการครูมาปฏิบัติงานให้ถูกต้อง

          การกำชับให้ผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติตามระเบียบ มิใช่เป็นการกำหนดเวลาทำงานขึ้นใหม่ที่จะต้องขออนุญาต ต่อผู้มีอำนาจตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการดังกล่าว จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย

          ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เรื่อง หลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติในการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการ  ถือว่าการมาทำงานสายเนือง ๆ คือมาทำงานสายเกิน 8 ครั้ง

          ผู้ฟ้องคดีมาทำงานสายจำนวน 18 ครั้งในครึ่งปีที่แล้ว จึงไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ตาม กฎ ก.พ. ว่าด้วยการเลื่อนขึ้นเงินเดือน พ.ศ. 2544 ที่กำหนดว่าข้าราชการพลเรือนสามัญซึ่งจะได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนในแต่ละครั้งต้องไม่ลา หรือมาทำงานสายเกินจำนวนครั้งที่อธิบดี ผู้บังคับบัญชาหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายกำหนดเป็นหนังสือไว้ก่อนแล้ว

          คำสั่งไม่เลื่อนขั้นเงินเดือนของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 จึงชอบด้วยกฎหมาย พิพากษากลับให้ยกฟ้อง (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ที่ อ.437/2550)

*ที่มา : พิสิษฐ์ พลรักษ์เขตต์,  กฎหมายข้างตัว.  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน 2554  

           สำหรับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม  ถึงเวลาแล้วหรือยัง?  ที่จะต้องกวดขันและเอาจริงเอาจังในเรื่องการมาปฏิบัติราชการของบุคลากรในสังกัดสายงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ข้าราชการ พนักงานมหาวิทยาลัย พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ และลูกจ้างชั่วคราว  เพื่อให้ถูกต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม ให้บุคลากรได้ตระหนักและสำนึกในหน้าที่ความรับผิดชอบ กันเสียที…!!!  หรือท่านผู้บริหารมหาวิทยาลัยจะว่าอย่างไร…..ขอรับ…..!!!!     

 

 

Share and Enjoy:
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Twitter
  • Print
  1. สวัสดิ์น้อย กองทะเบียนฯ พูดว่า:

    ขอบคุณครับ …สำหรับข้อมูลที่ดี ออ…หากเป็นไปได้ถ้ามีการให้รางวัลคนที่มาเช้า กลับหลังเลิกงานประจำ ก็จะเป็นแรงจูงใจไม่น้อยนะครับ

  2. S.Thanawut พูดว่า:

    ต้องทำความเข้าใจว่า 08.30 น. เป็นเวลาเริ่มงาน ไม่ใช่เวลาเข้างาน ฉะนั้นเมื่อเวลา 08.30 น. ทุกคนควรจะพร้อมที่จะทำงานแล้ว ….

    แล้วผมจะพยายามตื่นให้เช้าขึ้นอีกนิดเพื่อไปทำงานให้เร็วขึ้นอย่างสม่ำเสมอนะครับ

  3. สวัสดิ์น้อย กองทะเบียนฯ พูดว่า:

    หากจะยึดปฏิบัติตามนี้จริงในมหาวิทยาลัย ด้วยบทบาทหน้าที่ที่แตกต่างกันคงจะลำบากยังไงก็ดูความเหมาะสมตามบทบาทหน้าที่ของตนเองนะครับ

You must be logged in to post a comment.