0

ศักยภาพของ “ความคิด”

ในขณะที่ใครๆ เริ่มตระหนักถึงศักยภาพของความคิดสร้างสรรค์ที่มีต่อมูลค่าทางเศรษฐกิจนั้นÂ Â อลัน กรีนสแปน อดีตประธานธนาคารกลางสหรัฐผู้ได้รับการยอมรับมากที่สุดคนหนึ่งของโลกกลับมองเห็นสิ่งนี้และใช้ประโยชน์จากมันมาเป็นเวลาถึงหนึ่งทศวรรษแล้ว!

ในปี 1997 อลัน กรีนสแปน ได้กล่าวสุนทรพจน์ที่มหาวิทยาลัยคอนเนคติกัตถึงความสำคัญของผลผลิตทางความคิด (Conceptual Output) ไว้ว่า การเติบโตของผลผลิตทางความคิดจะนำไปสู่ความต้องการแรงงานที่ไม่ได้มีเพียงความรู้ทางด้านเทคนิค แต่เป็นแรงงานที่มีความสามารถในการสร้างสรรค์ วิเคราะห์ ใช้ประโยชน์จากข้อมูล และสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Create, Analyze, Transform Information and Interact Effectively with Others) ซึ่งแนวคิดดังกล่าวนี้ ได้นำไปสู่นโยบายการลดปริมาณงานทางด้านเทคนิคและการผลิตภายในประเทศ พร้อมทั้งการกระจายงานที่ไม่เกิดมูลค่าทางความคิดเหล่านั้นไปสู่ประเทศอื่นๆ เช่นที่อินเดียและจีน โดยเชื่อว่า การเก็บแต่งานที่ใช้มันสมองไว้ในประเทศ จะนำไปสู่การสร้างผลผลิตที่ดีที่สุดสำหรับเศรษฐกิจของสหรัฐในอนาคต!

นั่นเป็นเวลา 8 ปี ก่อนที่โทมัส ฟรีดแมน จะตีพิมพ์หนังสือเล่มดัง ‘The World is Flat’ ที่พูดถึงพลังของการกระจายงานให้กับประเทศในแถบเอเชีย ซึ่งเป็นประเด็นที่หลายๆ คนกำลังกล่าวขวัญถึงในแง่ของ “ปรากฏการณ์”

หรือแท้ที่จริงแล้ว นี่คือผลจากนโยบายที่ออกโดยผู้ที่มองเห็นอนาคต?Â

สิ่งสำคัญที่เราต้องไม่ลืมก็คือ การเก็บรักษางานที่ใช้ความคิดซึ่งให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจมากกว่าสำหรับแรงงานในประเทศ และส่งงานที่ใช้แรงงานและงานด้านเทคนิคไปให้คนอื่นทำนี้ จะยิ่งทำให้ช่องว่างระหว่างรายได้ของประชากรในสหรัฐกับประเทศอื่นๆ ห่างกันยิ่งขึ้น เพราะงานที่ใช้ “ความคิด” นั้นก่อให้เกิดผลตอบแทนที่มากกว่า และงานจำนวนมากยังได้รับการปกป้องโดยกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา

จากการจัดอันดับความสามารถทางการแข่งขันของ World Economic Forum พบว่า สหรัฐอเมริกาได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีความสามารถทางการแข่งขันสูงสุดเป็นเวลาหลายปีติดต่อกัน โดยมีปัจจัยที่สำคัญคือ การมี “สาธารณูปโภคทางความคิด” ที่เอื้ออำนวยต่อการสร้างนวัตกรรม ซึ่งหมายรวมถึงความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและภาคการศึกษาในการศึกษาวิจัย พัฒนา และผลักดันเรื่องการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจัง

ในปี 2005 อุตสาหกรรมลิขสิทธิ์ของสหรัฐอเมริกามีมูลค่าสูงถึง 1.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นอุตสาหกรรมที่มีขนาดใหญ่และมีอัตราการเติบโตสูงที่สุด โดยคิดเป็น 11.12% ของจีดีพีรวมทั้งประเทศi

หันมาดูทางฝั่งอังกฤษ ซึ่งเป็นประเทศผู้นำในเรื่องการผลักดันอุตสาหกรรมที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ ในต้นทศวรรษ 90s อังกฤษต้องเผชิญกับมรสุมเศรษฐกิจถดถอย มีการปิดเหมืองถ่านหิน (ซึ่งเคยเป็นอุตสาหกรรมหลัก) ในหลายๆ เมือง ทำให้รัฐบาลต้องทบทวนว่า จะวางอนาคตทางเศรษฐกิจของประเทศไว้กับอะไร ซึ่งในปัจจุบัน อังกฤษมีตัวเลขจีดีพีจากภาคบริการถึง 70% และมีอุตสาหกรรมด้านความคิดสร้างสรรค์ที่มีขนาดใหญ่ถึง 6 หมื่นล้านปอนด์ เป็นอันดับสองรองจากอุตสาหกรรมการเงิน

ในขณะเดียวกัน หลายๆ ประเทศในภูมิภาคเอเชียก็มีการปรับตัวอย่างเร่งด่วนเช่นกัน รัฐบาลจีนใช้เงินลงทุนจำนวนมหาศาลผ่านโครงการต่างๆ มากมาย เพื่อปรับเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจจาก ‘Made in China’ ไปสู่ ‘Created in China’ มีการสร้างโรงเรียนออกแบบขึ้นทั่วประเทศ ทั้งยังประกาศให้มีการจัดตั้งเขตอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในเมืองเศรษฐกิจหลายเมือง ขณะที่สิงค์โปร์ก็ได้จัดทำโครงการ ‘Design Singapore’ ขึ้นเพื่อพัฒนาประเทศให้เป็นแหล่งรวมนักออกแบบ ส่วนรัฐบาลเกาหลีใต้ก็หันมาพัฒนาเศรษฐกิจด้วยเนื้อหาทางความคิดสร้างสรรค์ (Creative Content) อย่างจริงจัง ผลักดันให้อุตสาหกรรมลิขสิทธิ์ของประเทศมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 21% ต่อปี

Share and Enjoy:
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Twitter
  • Print

You must be logged in to post a comment.