1

ภาษีขายและภาษีซื้อก่อนการเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

กรณีผู้ประกอบการ ประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการใดๆ
ที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยมีมูลค่าของฐานภาษี เกินมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อม
และกิจการดังกล่าวไม่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมายแล้ว ผู้ประกอบกิจการนั้นมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มูลค่าฐานภาษีในการประกอบกิจการเกินมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อม ทั้งนี้ ตามมาตรา 77/1(8) มาตรา 77/1(10) มาตรา 77/2 มาตรา 81/1 และตามมาตรา
85/1(1) แห่งประมวล-รัษฎากร ประกอบกับพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร
ว่าด้วยการกำหนดมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
(ฉบับที่ 432) พ.ศ. 2548กรณีนี้ หากไม่ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด
จึงเป็นการประกอบกิจการโดยไม่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องรับผิดตามประมวลรัษฎากร
ดังนี้

(1)   เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ
7.0 จากยอดรายรับ
ตามมาตรา 80 และมาตรา82(1)แห่งประมวลรัษฎากร

(2)   เสียเบี้ยปรับอีกสองเท่าของเงินภาษีที่ต้องเสียในเดือนภาษี
ตามมาตรา 89(1) แห่งประมวลรัษฎากร

(3)   เสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องชำระโดยไม่รวมเบี้ยปรับ ตามมาตรา 89/1
แห่งประมวล-รัษฎากร

(4) ต้องระวางโทษปรับ ตามมาตรา 90/2 (2) แห่งประมวลรัษฎากร

จากกรณีดังกล่าว
จึงมีประเด็นว่า กรณีผู้ประกอบการที่อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมาย
ภายหลังได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว จะมีสิทธินำภาษีมูลค่าเพิ่มที่เรียกเก็บและที่ถูกเรียกเก็บก่อนการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มมายื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มได้หรือไม่? ตามมาตรา 82/3 มาตรา 82/4
และ มาตรา 83 แห่งประมวลรัษฎากร บัญญัติให้เฉพาะผู้ประกอบการจดทะเบียนเท่านั้นที่มีสิทธิเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ
ซึ่งเรียกว่าภาษีขาย และมีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยคำนวณจากภาษีขายหักด้วยภาษีซื้อในแต่ละเดือนภาษี
หากภาษีขายมากกว่าภาษีซื้อให้ผู้ประกอบการชำระภาษีเท่ากับส่วนต่างนั้น หากภาษีซื้อมากกว่า ภาษีขาย ให้เป็นเครดิตภาษีและให้ผู้ประกอบการนั้นมีสิทธิได้รับคืนภาษีหรือนำไปชำระภาษีมูลค่า-เพิ่มได้
ส่วนผู้ประกอบการที่ไม่ได้จดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มแม้อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมาย
ก็ไม่มีสิทธิเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ทั้งภาษีมูลค่าเพิ่มที่ถูกผู้ประกอบการจดทะเบียนรายอื่นเรียกเก็บก็ไม่อาจถือเป็นภาษีซื้อได้

ดังนั้น สิทธิและหน้าที่ของผู้ประกอบการในฐานะผู้ประกอบการจดทะเบียน จึงเริ่มตั้งแต่ ที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกล่าวคือ มีผลนับแต่วันที่ระบุ ไว้ในทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้ประกอบการดังกล่าว จึงจะมีสิทธิและหน้าที่นำภาษีมูลค่าเพิ่มที่เรียกเก็บจากผู้ซื้อสินค้าซึ่งถือเป็นภาษีขายและนำภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่ถูกเรียกเก็บจากผู้ประกอบการจดทะเบียนอื่น
ซึ่งถือเป็นภาษีซื้อเฉพาะที่เกิดขึ้นตั้งแต่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเท่านั้นมาคำนวณเพื่อยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มโดยวิธีคำนวณจากภาษีขายหักด้วยภาษีซื้อ
และความเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนไม่อาจมีผลย้อนหลังไปถึงวันที่เกณฑ์รายรับของผู้ประกอบการสูงถึงขนาดที่มูลค่าของฐานภาษีในการประกอบกิจการเกินกว่ามูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมโดยอัตโนมัติ

Share and Enjoy:
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Twitter
  • Print
  1. แหม่ม กองคลัง พูดว่า:

    สาระหน้ารู้น่าอ่านมาก ขอบคุณสำหรับการเผยแพร่

You must be logged in to post a comment.