2

ประวัติความเป็นมาของการบัญชี

การบัญชีเป็นภาษาทางธุรกิจ  ซึ่งผู้เกี่ยวข้องจำเป็นจะต้องเรียนรู้เพื่อให้เข้าใจถึงผลกระทบของเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจตามปกติในทุก ๆ วัน  โดยศัพท์ทางบัญชีจะเป็นลักษณะเฉพาะ   เราจะได้ยินคำศัพท์  เช่น  สินทรัพย์  หนี้สิน  ส่วนของเจ้าของ  รายได้  ค่าใช้จ่าย  และกำไรขาดทุน  การบัญชีจึงเป็นกิจกรรมของการให้บริการซึ่งจะทำหน้าที่ในการจัดเตรียมข้อมูลเชิงปริมาณที่เกี่ยวข้องกับรายการทางเศรษฐกิจเพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องนำข้อมูลไปใช้ในการตัดสินใจ

การบันทึกข้อมูลทางการบัญชีได้ทำกันมานานแล้ว  ไม่น้อยกว่า 5,000 ปี  โดยจากหลักฐานที่ปรากฏ  การจดบันทึกข้อมูลและการจดบันทึกข้อมูลบนแผ่นดินเหนียว  มีวิวัฒนาการที่น่าสนใจ  คือ

1.  สมัยอียิปต์  มีการบันทึกข้อมูลทางบัญชี  เกี่ยวกับข้อมูลต่างๆ  ในท้องพระคลัง

2.  สมัยบาปิโลน  มีการบันทึกเกี่ยวกับเงินและทองคำที่ได้รับ  โดยมีการระบุวันที่รับ  ชื่อผู้รับ และชื่อผู้ให้

3.  สมัยกรีก  มีการพัฒนาปรับปรุงในเรื่องของข้อมูลในการรับและจ่ายประจำงวด  ตลอดจนการคำนวณหายอดคงเหลือต้นงวดปลายงวด  เพื่อต้องการทราบจำนวนทรัพย์สินมากกว่าที่จะเน้นในเรื่องการคำนวณผลกำไร

4.  สมัยโรมัน  มีการบันทึกทางการบัญชีเกิดขึ้น  ในลักษณะของการบันทึก  2  ด้าน  เหมือนกับหลักบัญชีคู่เพราะมีการบันทึกรายการที่เกิดขึ้นว่ารับมากจากใคร  และจ่ายให้ใครเป็นจำนวนเท่าไหร่

การบัญชีในประเทศไทย  เริ่มมีตั้งแต่สมัยอยุธยาในช่วงปี  พ.ศ.  2193 – 2231  ตรงกับสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช  ในสมัยนี้ประเทศไทยได้มีการเจริญสัมพันธ์ไมตรีกับประเทศทางยุโรป  คือ  อังกฤษ  ฝรั่งเศส  และโปรตุเกส  เป็นต้น  บัญชีที่ถูกจัดทำขึ้นเป็นบัญชีแรก  คือบัญชีเงินสด  และได้ถือปฏิบัติมาจนกระทั่งถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์  ซึ่งตรงกับสมัยรัชกาลที่  5  ได้เริ่มจัดทำบัญชีเงินพระคลังเป็นหมวดหมู่  และวิชาการบัญชีก็ได้เริ่มมีการศึกษากัน  เป็นครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่  5  พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดกล้า  ให้บรรจุเรื่องการบัญชีเป็นสาขาหนึ่งใน  8  อย่างของชั้นประโยค  2  ซึ่งเป็นชั้นเรียนสูงสุดของการเรียนสมัยนั้น  แต่เป็นเพียงการทำบัญชีเกี่ยวกับการเงินเท่านั้น  ยังไม่ใช่หลักการบัญชีคู่ที่แท้จริงต่อมาหลังสงครามโลกครั้งที่  1  ตรงกับสมัยราชกาลที่  6  พระองค์ทรงโปรดคัดเลือกบุตรข้าราชการส่งไปเรียนด้านพาณิชย์และบัญชีที่ประเทศอังกฤษ  ด้วยเหตุการณ์ข้างต้นนี้จึงทำให้การบัญชีของไทยสมัยนั้นเป็นแบบอังกฤษ  นอกจากนั้นยังโปรดให้ตั้งโรงเรียนพาณิชยการขึ้น  2  แห่ง  คือ  โรงเรียนพาณิชยการวัดสามพระยา  และโรงเรียนพาณิชยการวัดแก้วฟ้า  โดยมีการสอนบัญชีคู่เป็นครั้งแรกในโรงเรียนดังกล่าว  และมีบัญชีเพียง  3  เล่ม  คือ  สมุดบัญชีเงินสด  สมุดรายวัน  และสมุดแยกประเภท  ในปี  พ.ศ.  2481  ได้จัดตั้งคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีขึ้นในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และในปีพ.ศ. 2482  รัฐบาลได้ออกกฎหมายพระราชบัญญัติบัญชีขึ้น  ซึ่งมีจุดมุ่งหมายหลัก  3  ประการคือ

1.  เพื่อให้การจัดทำบัญชีของธุรกิจต่างๆ  มีแนวทางแบบเดียวกัน

2.  เพื่อคุ้มครองประโยชน์และส่วนได้ส่วนเสียของผู้เกี่ยวข้อง

3.  เพื่ออำนวยความสะดวกและเกิดความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษี

Share and Enjoy:
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Twitter
  • Print
  1. กมลทิพย์ กองคลังและพัสดุ พูดว่า:

    เป็นความรู้ใหม่ที่ดีจิงๆๆคะ ขอบคุณนะคะ

  2. warinee_kring พูดว่า:

    บทความดังกล่าวนี้มีประโยชน์จริงๆ นักบัญชีควรทราบ
    ยอมรับว่าเคยเรียนมา…แต่ไม่เคยจำได้เลย…ค่ะ

You must be logged in to post a comment.