0

นานาประโยชน์จากบัว

นานาประโยชน์จากบัว

             ส่วนต่าง ๆ ของบัวนั้น สามารถใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน เป็นทั้งยาและอาหารได้อย่างดี โดยจำแนกได้ดังนี้

ดอกบัว

        ถือเป็นดอกไม้ที่สวยงาม ประชาชนหาซื้อไปบูชาพระมากกว่าดอกไม้ชนิดอื่น
เพราะสามารถคงความงามไว้ได้นานกว่าดอกไม้หลายชนิด

เมล็ดบัว

            สามารถนำมากินได้ทั้งสดและแห้ง เมล็ดมีปริมาณสารอาหารที่สำคัญ
คือ โปรตีน ประมาณ 23 % ซึ่งสูงกว่าข้าวถึง 3 เท่า และเป็นแหล่งรวมธาตุ อาหารหลายชนิดด้วยกัน เมล็ดนำมาประกอบอาหารได้ทั้งคาวหวาน เช่น สังขยา เมล็ด ขนมหม้อแกงเมล็ด เมล็ดเชื่อม สาคูเมล็ด เป็นต้น
             มีสรรพคุณ บำรุงประสาท บำรุงไต
             รักษาอาการท้องร่วง บิดเรื้อรัง สตรีประจำเดือนมามาก น้ำกามออกไม่รู้ตัว ต้นอ่อนในเมล็ดช่วยลดความดันโลหิต ช่วยเมแรงบีบตัวของหัวใจ แก้กระหาย อาเจียนเป็นเลือด รากบัวมีสรรพคุณห้ามเลือด ปรับประจำเดือนให้ปกติ รักษาโรคกำเดาออก ใบบัว ดอกบัว และฝักบัวมีฤทธิ์แก้อาการท้องร่วง

รากบัว

             นิยมนำมาเชื่อมแห้งกินเป็นของหวาน หรือนำไปต้มกับน้ำตาลกรวด
แก้ร้อนใน ชาวอินเดีย จะให้เด็กดื่มน้ำรากบัว เพื่อระงับอาการท้องร่วงไหลบัว หรือต้นกล้าบัว สามารถนำมาประกอบอาหารได้ทั้งสด ทั้งแห้ง โดยมากจะนำมาแกงส้ม แกงเลียง ผัดเผ็ดต่าง ๆ

สายบัว

           สามารถปรุงอาหารแทนผักได้หลายชนิด ทั้งแกงส้มสายบัว แกงสายบัวกับ     ปลาทู ฯลฯ ชาวอินเดีย กินเพื่อแก้อาการท้องร่วง

ใบบัว

          นิยมนำมาห่อข้าว ห่อของ เช่น ข้าวห่อใบบัว ส่วนใบอ่อนสามารถนำมากินเป็นผักสดแกล้มน้ำพริก หรือนำมาหั่นฝอย ๆ ชงดื่มแทนน้ำชา ช่วยแก้ร้อนในกระหายน้ำได้เป็นอย่างดี

เกสรบัว

              ส่วนของเกสรสีเหลือง สามารถใช้เข้าเครื่องยาทั้งไทยและจีน โดยเฉพาะยาลม ยาหอม ยาบำรุงหัวใจ และยาขับปัสสาวะ

ดีบัว

        เป็นส่วนของต้นอ่อนที่อยู่ภายในเมล็ด มีรสขมจัด สามารถนำมาเป็นส่วนผสมของยาโบราณ มีฤทธิ์ขยายหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้

ที่มา…http://thai.cri.cn/1/2008/04/14/21@122705.htm

 ดีบัว  : Lianzixin (莲子心)

คำจำกัดความ

         ดีบัว หรือ เหลียนจื่อซิน คือ ครรภะ (ยอดอ่อนแรกเกิด) ของเมล็ดที่แก่จัดที่ทำให้แห้งของพืชที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า :  Nelumbo nucifera Gaertn. วงศ์ Nymphaeaceae [1]
 ชื่อภาษาไทย : ดีบัว (ทั่วไป) [2]
 ชื่อจีน : เหลียนจื่อซิน (จีนกลาง), ไหน่จี้ซิม (จีนแต้จิ๋ว) [1]

ชื่อภาษาอังกฤษ : Lotus Plumule [1]

ชื่อเครื่องยา :  Plumula Nelumbinis [1]

การเก็บเกี่ยวและการปฏิบัติหลังเก็บเกี่ยว

           เก็บฝักแก่นำมารวมบนลาน แล้วใช้ไม้ทุบให้ลูกบัวแก่ร่วงหลุดจากฝัก เอาดีบัวออกจากลูกบัว นำไปตากแดดให้แห้ง หรือผึ่งให้แห้งในที่ร่ม เก็บรักษาไว้ในที่มีอากาศเย็นและแห้ง มีการระบายอากาศดี [1, 3]

การเตรียมตัวยาพร้อมใช้

          นำวัตถุดิบสมุนไพรที่ได้ มาคัดแยกเอาสิ่งปนปลอมออก แล้วร่อนเอาเศษเล็ก ๆ ออก [3, 4]

คุณภาพของตัวยาจากลักษณะภายนอก

               ตัวยาที่มีคุณภาพดี ต้องมีขนาดใหญ่ สีเขียว ต้องไม่ผ่านการต้มมาก่อน รสขมจัด [3, 4]
สรรพคุณตามตำราการแพทย์แผนจีน

            ดีบัว รสขมเล็กน้อย เย็น มีสรรพคุณแก้อาการหงุดหงิดนอนไม่หลับ การติดเชื้อในช่องปาก ช่วยลดความดันโลหิต บำรุงสายตา บำรุงหัวใจ ปอด ไต และแก้น้ำกามเคลื่อนขณะหลับ [3, 5]

สรรพคุณตามตำราการแพทย์แผนไทย

            ดีบัว รสขม มีฤทธิ์ขยายหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจสำหรับผู้ที่เป็นโรคหัวใจ หลอดเลือดตีบ แก้กระหายน้ำ แก้น้ำกามเคลื่อนขณะหลับ [2, 6]

ขนาดยา

         การแพทย์แผนจีน ใช้ 2-5 กรัม ต้มเอาน้ำดื่ม [1]

ข้อมูลวิชาการที่เกี่ยวข้อง

             สารสกัดน้ำและสารสกัดแอลกอฮอล์จากดีบัวทำให้อัตราการเต้นและแรงบีบตัวของหัวใจหนูตะเภาเพิ่มขึ้น7 สาร methylcorypalline ในดีบัวมีฤทธิ์ขยายหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ ซึ่งนับว่าเป็นประโยชน์มากต่อคนที่เป็นโรคหัวใจขาดเลือดเนื่องจากหลอดเลือดตีบตัน [8]
             สารสกัดแอลคาลอยด์ (liensinine) จากดีบัวมีผลลด LVP และ SAP ในหนูขาวเหมือน verapamil และลดการบีบตัวของหัวใจของกระต่าย นอกจากนี้ neferine ซึ่งเป็นสารประเภทแอลคาลอยด์ในดีบัวสามารถยับยั้งการเกิด transmembrane potential ยับยั้งการหดตัวของกล้ามเนื้อและลด amplitude ของ action potential ของ capillary muscle ในหนูตะเภา เนื่องจากยับยั้ง Na+, Ca++, K+ current ของ myocardium รวมทั้งสามารถยับยั้งการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด โดยมีผลยับยั้งการเกิด TXA2 จาก arachidonic acid [7]
             เมื่อป้อนดีบัวขนาด 20 มิลลิกรัม/ตัว/วัน แก่หนูถีบจักรเป็นเวลา 3 สัปดาห์ จากนั้นเหนี่ยวนำให้หนูเกิดการอักเสบด้วยการฉีด lipopolysaccharide ขนาด 10 มิลลิกรัม/กิโลกรัม เข้าทางช่องท้องหนู พบว่า )a (TNF-aดีบัวมีผลลดการอักเสบได้ โดยลดระดับของ tumor necrosis factor- และเพิ่มระดับของ interleukin-10

แหล่งอ้างอิง

The State Pharmacopoeia Commission of P.R. China. Pharmacopoeia of  

          the People’s Republic of China.  Vol.I. English Edition. Beijing:   

           People’s Medical Publishing House, 2005.
ชยันต์ วิเชียรสุนทร, แม้นมาส ชวลิต, วิเชียร จีรวงศ์. คำอธิบายตำราพระโอสถ

            พระนารายณ์. พิมพ์ครั้งที่ 2.  กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์อมรินทร์, 2548.
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. สมุนไพรไทย-จีน.

            กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์การศาสนา, 2547.
Mei XH. Shiyong Zhongyao Paozhi Zhinan. 1st ed. Hubei: Hubei

             Science & Technology Publishing  House, 2005.
บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด. มหัศจรรย์สมุนไพรจีน.

             กรุงเทพฯ : บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด มหาชน, 2550.
วุฒิ วุฒิธรรมเวช. คัมภีร์เภสัชรัตนโกสินทร์. กรุงเทพมหานคร : บริษัท ศิลป์สยาม

             บรรจุภัณฑ์และการพิมพ์ จำกัด, 2547.
บพิตร กลางกัลยา, นงลักษณ์ สุขวาณิชย์ศิลป์. รายงานผลการศึกษาโครงการ

             การประเมินประสิทธิภาพและความปลอดภัยของยาจากสมุนไพร. กรุงเทพ ฯ   

             : บริษัท เอส อาร์ พริ้นติ้ง แมสโปรดักส์จำกัด, 2544.
ลัดดาวัลย์ บุญรัตนกรกิจ. สมุนไพรน่าใช้. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพมหานคร :

               โรงพิมพ์ แท่นทองปริ้นติ้งเซอร์วิส, 2535.
วิสุดา สุวิทยาวัญน์ (บรรณาธิการ). จุลสารข้อมูลสมุนไพร. 2551; 25(2): 2.

เรียบเรียงโดย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข
เขียนเมื่อ 23 มิถุนายน 2553 แก้ไขล่าสุดเมื่อ 30 พฤศจิกายน 2553

สามารถดาวน์โหลดอ่านได้ที่

http://www.dtam.moph.go.th/tcm/images/s … ixin19.pdf

 กินเมล็ดป้องกันมะเร็งตับ

          แหล่งโปรตีนเช่นเดียวกับการกินถั่วเหลือง ที่ธัญพืชพื้นบ้านชนิดนี้สร้างความฮือฮาให้ชาวโลกคือมีการวิจัยพบว่า เมล็ดมีสารแอนติออกซิแดนต์ในปริมาณสูง ซึ่งสารนี้มีคุณสมบัติหลายอย่าง เช่น ชะลอการเสื่อมของอวัยวะและผิวพรรณ ป้องกันมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งตับ

            เมล็ดมีประโยชน์ทางยาสูงมาก แพทย์แผนไทย แนะนำว่าช่วยบำรุงกำลัง แก้โรคข้อต่าง ๆ แก้ร้อนใน กระหายน้ำ ส่วนแพทย์แผนจีนบอกว่า ช่วยบำรุงไต ม้าม หัวใจ และตับซึ่งตรงกับงานวิจัยในต่างประเทศที่ระบุว่า

           “สารแอนติออกซิแดนต์จะช่วยปกป้องและบำรุงตับ โดยเฉพาะตับที่ต้องขับสารแอฟลาท็อกซิน(Aflatoxin) ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดมะเร็งตับออกจากร่างกาย การกินเมล็ดจึงสามารถป้องกันการเกิดมะเร็งได้”

เมล็ดไทย-จีน ความเหมือนที่แตกต่าง

            การเลือกกิน เมล็ดส่วนใหญ่ที่เราเห็นทั่วไป จะเป็นสินค้าที่นำเข้าจากประเทศจีนซึ่งจะมีเมล็ดขนาดใหญ่ ผ่านการกะเทาะเปลือก ดึงดีบัว (ต้นอ่อนที่ฝังอยู่กลางเมล็ดมีสีเขียวเข้ม) ออก และอบแห้งแล้ว

            ส่วนเมล็ดไทยนั้นไม่ค่อยพบวางจำหน่ายในท้องตลาด เนื่องจากมีเมล็ดเล็ก จึงไม่เป็นที่นิยมแต่จากผลการวิจัยของ อาจารย์ปริญดา ที่ศึกษาเปรียบเทียบปริมาณ   สารแอนติออกซิแดนต์ในเมล็ดไทยและจีนพบว่า เมล็ดไทยมีปริมาณสารแอนติออกซิแดนต์สูงกว่าเมล็ดจีน 5-6 เท่า

อาจารย์ปริญดาจึงแนะนำว่า
      ถ้าต้องการให้ร่างกายได้รับสารแอนติออกซิแดนต์ปริมาณสูงควรเลือกกินเมล็ดไทยดีกว่า โดยเฉพาะเมล็ดสด

          วิธีกินคือ ลอกเปลือกออกจากเมล็ด โดยไม่ดึงเยื่อหุ้มเมล็ดและดีบัวออก
กินสด ๆ ทั้งเมล็ด จะทำให้ร่างกายได้รับวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านมะเร็งซึ่งอยู่บริเวณเยื่อหุ้มเมล็ด และดีบัวในปริมาณสูง

          ส่วนชนิดอบแห้งนั้น เรานำมาทำอาหารคาวหวานได้หลากหลาย
ที่คุ้นเคยกันดี คือ น้ำอาร์ซี เมล็ดต้มน้ำตาลทรายแดง ผสมในเต้าฮวย หรือเต้าทึง    ข้าวอบใบบัว เป็นต้น

ส่วนเคล็ดลับการเลือกซื้อให้ได้ของสดใหม่ คุณภาพดีมีดังนี้ค่ะ

ชนิดอบแห้ง
            1. ควรเลือกเมล็ดที่มีสีเหลืองนวล ถ้ามีสีเหลืองเข้ม แสดงว่าเป็นเมล็ดเก่าที่เก็บไว้นานแล้ว เมล็ดไม่แตกหัก และไม่มีฝุ่นละอองปนเปื้อน
            2. ขั้วเมล็ดไม่ดำคล้ำ เพราะจะเป็นเมล็ดที่เก็บไว้นานแล้ว
            3. ไม่มีกลิ่นสาบหรือเหม็นหื่น

ชนิดฝักสด
            เลือกฝักที่มีเมล็ดขนาดใหญ่ สีเขียวอ่อน จะได้เมล็ดที่มีเนื้อกรอบ หวานกำลังดี
คราวนี้ถ้าเจอฝักบัวสดในตลาดอย่าลืมซื้อติดไม้ติดมือมาคนละสองสามกำนะคะ

http://www.dhammachak.net/board/viewtopic.php?f=7&t=135#p497

                จากการอ่านบทความข้างต้นนี้  เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งว่าประโยชน์ของบัวมีมากจริง ๆ จากประสบการณ์ตรงที่ตัวเองมีสุขภาพไม่แข็งแรง ต้องพบแพทย์เป็นประจำทุก 3-6 เดือน และเมื่อประมาณกลางปี พ.ศ.2552 ไปพบแพทย์ตามนัด เกี่ยวกับอาการปวดเข่า หมอถามว่า ปัจจุบันใช้โถส้วมแบบนั่งยอง ๆ ใช่ไหม? ตอบหมอว่าใช่ หมอบอกว่าการใช้โถส้วมแบบนั่งยองอาจทำให้ปวดเข่าได้ หมอจึงแนะนำให้เปลี่ยนโถส้วมเป็นแบบชักโครก  ประกอบกับในช่วงเดียวกันได้ตรวจสุขภาพประจำปี ผลปรากฏว่า       ครอเลสเตอรอลสูง ไม่ผ่านเกณฑ์ แพทย์นัดตรวจซ้ำอีกครั้งเมื่อครบ 3 เดือน

                ในช่วงเวลานั้นในร่องนามีบัวหลวงขึ้นงามมาก  จึงเก็บฝักบัวแกะเมล็ดบัวทานทุกวันขณะนั้นมีน้ำหนักตัว  72 ก.ก. ปรากฏว่าน้ำหนักลดลงเรื่อย ๆ เดือนละ 1-2 ก.ก. แต่ก็ไม่มีอาการผิดปกติ และเมื่อครบกำหนด 3 เดือนได้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพซ้ำ เกี่ยวกับครอเลสเตอรอล ขณะนั้นน้ำหนักลดลงเหลือ 65 ก.ก.  เมื่อได้รับแจ้งผลการตรวจ พบว่า ผลปกติ และหลังจาก ปี 2552 ถึงปัจจุบัน ผลตรวจสุขภาพประจำปีผ่านทุกรายการ  โดยเฉพาะเรื่องของครอเลสเตอรอลต่ำกว่าเกณฑ์มาก และโรคปวดเข่าก็หมดปัญหา โดยไม่ได้เปลี่ยนโถส้วมเป็นแบบชักโครกตามที่แทพย์เคยแนะนำจนถึงทุกวันนี้ก็ยังใช้โถแบบนั่งยองตลอด

                จากประสบการณ์ตรงพอสรุปได้ว่าการรับประทานเมล็ดบัวเป็นประจำ โดยเฉพาะบัวที่แก่มีดีบัว มีผลดีต่อสุขภาพ ทำให้มีสุขภาพโดยรวมดีขึ้น  เพราะปัจจุบันนี้ไม่มีรายการนัดพบแพทย์ประจำเหมือนเมื่อก่อนแล้ว

               หลังจากได้ศึกษาค้นคว้า หาความรู้ จากผลงานทางวิชาการและบทความเกี่ยวกับนานาประโยชน์จากบัว ที่อ้างอิงผู้มีความรู้ข้างต้นเห็นว่ามีประโยชน์จึงขออนุญาตเจ้าของผลงานดังกล่าว เพื่อนำมาแชร์ให้ผู้สนใจได้ทราบและนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป

Share and Enjoy:
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Twitter
  • Print

You must be logged in to post a comment.