0

ประโยชน์ของเครือข่ายต่อการทำงาน …

ประโยชน์ของเครือข่ายต่อการทำงาน …

 

            ในความเป็นจริงในการทำงานในรูปเครือข่าย อาจจะไม่มีรูปแบบหรือวิธีการที่ตายตัว  ทั้งนี้เพราะวัฒนธรรมในแต่ละองค์กรมีความหลาก

หลาย  ดังนั้น เพียงแต่เราเปิดใจให้กว้าง ยอมรับรู้เรื่องราวของคนอื่น และคิดเสมอว่างานของคนอื่น จะประสานกับงานของเราได้อย่างไร เท่านี้เองก็จะช่วยให้การก่อตั้งของการทำงานในรูปแบบเครือข่ายมีการเคลื่อนตัวไปในทิศทางที่พึงประสงค์ได้อย่างไรก็ตามในทางทฤษฎีอาจกล่าวได้ว่า องค์ประกอบสำคัญของการทำงานในรูปเครือข่าย ควรประกอบด้วยหลักวิชาการและแนวปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

            หลักการของการทำงานของเครือข่าย

                   1. ต้องถือว่าทุกฝ่ายมีเกียรติ / ศักดิ์ศรี / สิทธิ / โอกาสที่เท่าเทียมกัน

                   2. การทำงานในรูปของเครือข่าย  เป็นการทำงานในแนวราบ ไม่มีการสั่งการจากฝ่ายใด

                   3. จัดเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ผ่านการทำงานร่วมกัน

            ระดับของความร่วมมือ

                ในความร่วมมือกับการทำงานในรูปของเครือข่าย จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้ถึงระดับของความร่วมมือ  เพราะระดับของความร่วมมือจะเป็นตัวกำหนดกิจกรรมในการทำงาน ได้มีการแบ่งระดับความร่วมมือไว้ ดังนี้

                   1. ระดับเครือข่าย (Networking) เป็นความร่วมมือในระดับต่ำสุด  มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลตามอัธยาศัย  เป็นแหล่งข้อมูลซึ่งกันและกัน  ใช้เวลาและความไว้ใจกันในความร่วมมือน้อย

                   2. ระดับประสานงาน  (Coordination)  เป็นความร่วมมือที่สูงกว่าระดับเครือข่าย
มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล จัดกิจกรรมตามเป้าหมายร่วมกัน มีกิจกรรมที่ต้องประสานตกลงกัน
มีข้อจำกัดในการทำงานและการบริหารที่ไม่ซ้ำซ้อน

                   3. ระดับความร่วมมือ (Cooperation)  มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน
ใช้ทรัพยากรร่วมกัน  ซึ่งต้องใช้เวลา และมีความไว้วางใจกันมาก จัดเป็นความร่วมมือในระดับค่อนข้างสูง

                   4. ระดับทำงานร่วมกัน  (Collaboration)  เป็นระดับความร่วมมือสูงสุด  มีการทำทุกอย่างตามข้อตกลง  แต่มีการสร้างศักยภาพของคนทำงานทั้งสองอย่างให้บรรลุเป้าหมายร่วมกัน  มีระบบบริหารที่ต้องพึ่งพากันเพื่อให้งานสำเร็จ  มีการใช้ทรัพยากรและมีเงื่อนไขผูกพันเท่ากันทั้งสองฝ่าย

            รูปแบบการรวมตัวของเครือข่าย

                   ลักษณะการรวมตัวของเครือข่าย เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ควรได้ศึกษาไว้ เพราะรูปแบบการรวมตัวจะช่วยให้หาระดับร่วมกันบรรลุวัตถุประสงค์ได้ค่อนข้างง่าย  ในทางปฏิบัติรูปแบบการรวมตัวมักขึ้นอยู่กับลักษณะงานที่ทำร่วมกัน ซึ่งมี 3 รูปแบบ คือ

                   1. รวมกลุ่มสนใจ  (Community  of  Practice)   เป็นการทำงานในรูปของเครือข่ายเฉพาะเรื่อง  จะมีการรวมตัวกันในเรื่องที่สนใจร่วมกัน และช่วยกันผลักดันให้ภารกิจของเรื่องที่สนใจร่วมกันบรรลุเป้าหมาย

                   2. รวมกลุ่มหน่วยงาน  (Network  Organization)  เป็นการรวมกลุ่มในลักษณะของการนำเอาบทบาทหน้าที่ของหน่วยงานเป็นตัวตั้ง  และร่วมกันปฏิบัติภารกิจตามที่หน่วยงานร่วมกันกำหนด

                   3. รวมกลุ่มทางอินเตอร์เน็ตไม่เห็นตัวกัน (Virtual  Community) เป็นการช่วยเหลือกันในเชิงวิชาการเป็นหลัก  จัดเป็นการร่วมมือที่ประหยัดเวลา  และสะดวกในการทำงานที่สุด

            ลักษณะของกระบวนการทำงานในรูปของเครือข่าย

                   ลักษณะของการทำงานในรูปของเครือข่าย  จำเป็นอย่างยิ่งต้องมีกฎกติกาในการทำงานร่วมกัน อย่าคิดว่าเมื่อเรารู้เขารู้เราแล้วรบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง  เพราะข้อตกลงนี้ยังมีน้ำหนักไม่มากพอที่จะให้การทำงานราบรื่นได้  ดังนั้นลักษณะของการทำงานในรูปแบบของเครือข่ายที่มีควรมีลักษณะดังต่อไปนี้

                   1. เครือข่ายที่เกิดขึ้นควรเป็นเครือข่ายที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นไปในลักษณะของผู้ผลิต  เป็นเครือข่ายที่ร่วมกับผู้ใช้สินค้า

                   2. การสื่อสารภายในเครือข่ายควรเป็นการสื่อสารสองทาง

                   3. เครือข่ายมีการบริหารจัดการที่เป็นอิสระของตนเอง

                   4. ผู้ร่วมงาน  กลุ่มผู้สนใจและเครือข่ายมีเป้าหมายร่วมกัน

                   5. เครือข่ายเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ย่อมมีการเลิกไปเป็นเรื่องธรรมดา

                   6. การติดต่อประสานงานระหว่างเครือข่าย  ต้องมีกฎกติกามารยาทที่ใช้เป็นแนวปฏิบัติร่วมกัน

                   7. เครือข่ายขนาดใหญ่  ถ้าจะให้ยั่งยืนต้องมีความเป็นเจ้าของ  มีข้อผูกพันและได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า

            จุดเสี่ยงของการทำงานในรูปเครือข่าย

                   ข้อแนะนำต่อไปนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานในรูปเครือข่าย  ที่องค์กรหรือหน่วยงานทั้งหลายต้องพึงหลีกเลี่ยงและระมัดระวัง  เพื่อให้การดำเนินงานในรูปของเครือข่ายมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

                   1. เครือข่ายทำงานไประยะหนึ่ง อาจติดยึดไม่อยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

                   2. เครือข่ายอาจเริ่มเบี่ยงเบน  ไม่เป็นที่สนใจของสมาชิก

3. เครือข่ายอาจเริ่มก่อตั้งโดยไม่มีวิสัยทัศน์  ความต้องการไม่ตรงกันทำให้

ภารกิจไม่ชัดเจน

                   4. ไม่มีการกำหนดบทบาททุกฝ่ายไว้ชัดเจน

                   5. กลุ่มผู้รู้บางคน  หรือบางหน่วยงาน อาจมีความเข้มแข็งทำให้อิทธิพลเหนือ

ผู้อื่น  ซึ่งอาจทำลายบรรยากาศของความร่วมมือ

            อุปสรรคของการจัดการความร่วมมือ

                   นอกเหนือจากจุดเริ่มของการทำงานในรูปเครือข่ายแล้ว  เรื่องของอุปสรรคในการจัดการความร่วมมือของเครือข่าย ก็เป็นเรื่องที่พึงระมัดระวังด้วย  ทั้งนี้ เพราะองค์ประกอบของการทำงานในรูปของเครือข่ายที่สำคัญที่สุด คือ “คน”  และพฤติกรรมของคนเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดอุปสรรคในการทำงานมากมาย  ดังนั้นในการทำงาน เรามักจะพบกับปัญหาและอุปสรรคดังต่อไปนี้

                   ผู้คนรู้สึกว่าเป็นเรื่องยาก  ไม่มีแรงพลังพอที่จะทำให้เครือข่ายความร่วมมือเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

            ลักษณะของหน่วยงานที่มีความร่วมมือที่ดีกับหน่วยงานอื่น

                   พฤติกรรมบางอย่างที่ผู้คนในองค์กรและนอกองค์กร สังเกตเห็นได้โดยง่าย เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงลักษณะของหน่วยงานอื่น  พฤติกรรมเหล่านั้นได้แก่สิ่งเหล่านี้

                   1. แม้จะเป็นองค์กรขนาดใหญ่แต่ก็ทำอะไรได้อย่างรวดเร็ว

                   2. มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้อย่างเปิดเผย  ซื่อตรง  เพื่อเป็นการขจัดความ

คิดเห็นที่ไม่เข้าท่า

                   3. มีความคิดร่วมกัน  และยอมรับนับถือการทำดีของบุคคลในหน่วยงาน

            ปรัชญาของความร่วมมือ 

ภายใต้ผลงานที่ปรากฏว่าหน่วยงานนั้นมีความร่วมมือที่ดีต่อหน่วยงานอื่น  ถ้าเราจะ

หันกลับมามองถึงมูลเหตุของแรงจูงใจที่ก่อให้เกิดพฤติกรรมของความร่วมมือที่ดี  จะพบว่าหนึ่งในปัจจัยทั้งหลายที่มีส่วนช่วยให้หน่วยงานประสบความสำเร็จได้นั้น คือ การนำปรัชญาของความร่วมมือมาใช้ในหน่วยงาน  ซึ่งปรัชญาของความร่วมมือ ได้แก่

                   1. ส่งเสริมให้ผู้ปฏิบัติงาน  มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านความคิด  และข่าวสาร

ข้อมูลซึ่งกันและกันให้มากที่สุด

                        2. ลดเงื่อนไขและปัจจัยปิดกั้นการมีส่วนร่วมคิดร่วมทำของคนทุกคนในหน่วยงาน

                   3. ให้ข่าวสารข้อมูลแก่ผู้ปฏิบัติงานให้มากที่สุด

                   4. ส่งเสริมและจูงใจให้ผู้ปฏิบัติคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ

                   5. กระตุ้นให้ผู้ปฏิบัติงาน  เกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของในผลลัพธ์ของงานที่ดี  แม้

ไม่ใช่เป็นเจ้าของต้นความคิดก็ตาม

            ในหน่วยงานมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ผมมีความเห็นว่าควรมีการนำระบบการทำงานที่เป็นเครือข่ายเข้ามาช่วยในการทำงาน เพื่อเกิดความรัก ความสามัคคี ของบุคลากรในหน่วยงาน แล้วท่านล่ะคิดอย่าไรในการทำงานระบบนี้

Share and Enjoy:
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Twitter
  • Print

You must be logged in to post a comment.